ข้อมูลพื้นฐานมณฑลเจียงซู

 
 

ข้อมูลพื้นฐาน

แผนที่ มณฑลเจียงซู

ที่ตั้งและพี้นที่

มณฑลเจียงซู ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของจีน มีพื้นที่ทั้งหมด 102,600 ตารางกิโลเมตร มีขนาดเท่ากับร้อยละ 1.06 ของประเทศจีน ทางทิศเหนือติดกับมณฑลซานตง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับมณฑลเจ้อเจียงและนครเซี่ยงไฮ้ ทิศตะวันออกเป็นแนวชายฝั่งติดกับทะเลหวงไห่ ทิศตะวันตกติดกับมณฑลอันฮุย มีเมืองเอกคือนครนานกิง

ประชากร

ในปี 2552 จำนวนประชากรในมณฑลเจียงซูมากจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศ ซึ่งมีประชากรประมาณ 77.245ล้านคน เพิ่มขึ้น 480,000 คน จากสิ้นปี 2551 อัตราการเกิดของประชากรเท่ากับร้อยละ 9.55 อัตราการตายของประชากรเท่ากับร้อยละ 6.99

มณฑลเจียงซูประกอบด้วยชนชาติทั้งหมด 56 ชนชาติ โดยมีชนชาติฮั่นเป็นส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 99.64 มณฑลเจียงซูมีประชากรประมาณ 74.38 ล้านคน โดยเป็นประชากรที่มีสำมะโนครัวมณฑลเจียงซู 73.18 ล้านคน ประชากรเมืองคิดเป็นร้อยละ 51.9 ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่ประชากรในเขตชนบทคิดเป็นร้อยละ 48.1 ของประชากรทั้งหมด อัตราการเกิดของประชากรเท่ากับร้อยละ 2.28

มณฑลเจียงซูประกอบด้วยชนชาติทั้งหมด 56 ชนชาติ โดยมีชนชาติฮั่นเป็นส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 99.64

ภูมิอากาศ

มณฑลเจียงซูตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศกึ่งร้อนและอบอุ่น แบ่งเป็น 4 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง เฉลี่ยอุณหภูมิตลอดทั้งปี 13-16 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุด 26.6 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 5.2 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1000 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนสูงสุดในช่วงฤดูร้อน(เดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม) ซึ่งมีการเกิดอุทกภัยในบางพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำหวยเหอ

ทรัพยากรธรรมชาติ

มณฑลเจียงซูขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งข้าวและปลา หมายถึงเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตน้ำมันพืช ฝ้าย ผ้าไหม และการประมง มณฑลเจียงซูมีพื้นที่แหล่งน้ำจืดมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศจีน มีแม่น้ำสายเล็กใหญ่รวมทั้งสิ้น 2,900 กว่าสาย ทั้งยังมีทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ติด 5 อันดับแรกของจีนอยู่ถึง 2 แห่ง คือ ทะเลสาบไท่หู(Taihu,太湖) (มีพื้นที่ 2,250 ตารางกิโลเมตร) ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และทะเลสาบหงเจ๋อ(Hongzehu,洪泽湖) (มีพื้นที่ 2,069 ตารางกิโลเมตร) ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ นอกจากนี้แล้วยังมีทะเลสาบเล็กใหญ่รวมอีก 290 กว่าแห่ง มีพื้นที่สำหรับทำการประมง 154,000 ตารางกิโลเมตร สัตว์น้ำที่ทำการประมงในมณฑลนี้คือ ปลาทูน่าครีบเหลือง ปลาชาง กุ้ง สาหร่าย หอย และปู นอกจากนี้ยังเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น ถ่านหิน ฟอสฟอรัส ดินเหนียว เกลือโซเดียม ซิลิกา หินอ่อน หินผสมดินเหนียว หินปูน แร่โซเดียมคอลไรด์ ธาตุโลหะ ฯลฯ ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงของประเทศ และได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ตามประวัติศาสตร์ มณฑลเจียงซูมีผู้คนมาตั้งรกรากแห่งแรกที่บริเวณนครนานกิงและ บริเวณริมทะเลสาบไท่หู เพื่อทำการเกษตร ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 3-6 นครนานกิงได้พัฒนาขึ้นเป็นจุดศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของจีนตอนใต้ ความเจริญยังได้แผ่ขยายไปยังเมืองต่างๆ เช่น เมืองหยางโจว ซูโจว ซงเจียง อู๋ซี หนานทง ฉางโจว และสวีโจว

ในด้านวัฒนธรรม มณฑลเจียงซูได้ดำเนินโครงการสำคัญด้านวัฒนธรรมหลายโครงการ เช่น การสร้างหอสมุดแห่งนครนานกิง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบบริการวัฒนธรรมมวลชน (public culture service system) ระบบตลาดวัฒนธรรม (culture market system) ระบบสร้างสรรค์วัฒนธรรม( culture innovation system) ณ สิ้นปี 2550 มณฑลเจียงซูมีคณะการแสดงศิลปะรวม 127 คณะ ศูนย์วัฒนธรรม 115 แห่ง หอสมุดมวลชน 103 แห่ง พิพิธภัณฑ์ 100 แห่ง มีสถานีวิทยุกระจายเสียง 14 แห่ง สถานีโทรทัศน์ 14 แห่ง

ผู้นำ



นายเหลียงเป่าหัว (Liang Bao Hua)

ชื่อ นายเหลียงเป่าหัว (Liang Bao Hua)
ตำแหน่ง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลเจียงซู
เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2008
วันเกิด เดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1945
ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเจียงซี
เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลเจียงซูเป็นครั้งแรกใน ปีค.ศ. 2003







นายหลัวจื้อจวิน

ชื่อ นายหลัวจื้อจวิน
ตำแหน่ง ผู้ว่าการมณฑลเจียงซู
เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2008
วันเกิด เดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1951
ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเหลียวหนิง
เคยดำรงตำแหน่งกรรมการประจำของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลเจียงซีเมื่อปี ค.ศ. 2003







การปกครอง

ปัจจุบันมณฑลเจียงซูประกอบด้วย 13 เมือง คือ นครนานกิง(Nanjing,南京) เมืองอู๋ซี (Wuxi,无锡)สวีโจว(Xuzhou,徐州) ฉางโจว(Changzhou,常州) ซูโจว(Suzhou,苏州) หนานทง(Nantong,南通) เหลียนหยุนกั่ง(Lianyungang,连云港) หวายอัน(Huaian,淮安)เหยียนเฉิง(Yancheng,盐城) หยางโจว(Yangzhou,扬州) เจิ้นเจียง(Zhenjiang,镇江) ไท่โจว(Taizhou,泰州) และสู้เชียน(Suqian,宿迁) โดยมีนครนานจิงเป็นเมืองเอก

เมืองสำคัญ/เขตพัฒนาเศรษฐกิจ

เมืองทาง ตอนใต้ของมณฑลเจียงซู

นครหนานจิง (นานกิง)

นครหนานจิง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ราบภาคตะวันออก ช่วงกลางถึงปลายน้ำของแม่น้ำแยงซี (ฉางเจียง) ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเจียงซู มีพื้นที่ 6,598 ตร.กม. มีประชากร 6.3 ล้านคน มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีที่ 15.4 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุดในหน้าร้อนที่ 38 องศาเซลเซียส และต่ำสุดในหน้าหนาวที่ -8 องศาเซลเซียส มีประชากร 7.41 ล้านคน

ประวัตินครหนานจิง

นครหนานจิง (นานกิง) (ใช้ชื่อย่อว่า "หนิง"(宁)) เป็น 1 ใน 4 เมืองหลวงเก่าของจีน" (ซีอาน ลั่วหยาง หนานจิง ปักกิ่ง) ที่มีประวัติการก่อตั้งมา 2,400 กว่าปี และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญในหลายยุคสมัยของจีน เนื่องจากหนานจิงเคยเป็นเมืองหลวงของหลายราชวงศ์ในอดีต จนได้รับสมญานามว่า "เมืองหลวงสิบแผ่นดิน"

แต่เดิมเมือง หนานจิงชื่อว่า "เมืองเยว่" (越城)โดยได้ตั้งเป็น เมืองหลวงครั้งแรก ในยุคของจักรพรรดิ์ซุนเฉวียน (ซุนกวน) แห่งอาณาจักรง่อก๊ก (อู๋) ในสมัยสามก๊ก ใช้ชื่อว่าเมืองเจี้ยนเย่ (建业)และได้เปลี่ยนชื่อหลายชื่อตามการเปลี่ยน ยุคสมัย จนมาใช้ชื่อ "หนานจิง" อย่างเป็นทางการในสมัยต้นราชวงศ์หมิง แห่งจักรพรรดิ์จู หยวนจาง ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิง นครหนานจิง เป็นเมืองหลวงที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลไท่ผิงและต่อมาหลังการปฎิวัติซินไห่ หนานจิงเป็นเมืองหลวงในสมัยการก่อตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐจีน โดยมีดร. ซุน ยัด เซ็น ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราว ก่อนที่จะเป็นเมืองหลวงครั้งสุดท้ายในสมัยของนายพลเจียงไคเช็ค แห่งรัฐบาลสาธารณรัฐจีน ในช่วงปี พ.ศ. 2470 ถึง พ.ศ. 2492 โดยพรรคก๊กมินตั๋ง ได้ใช้ทำเนียบประธานาธิบดี (The Presidential Residence) (เคยใช้เป็นบ้านพักในสมัยของผู้นำ รัฐบาลไท่ผิง) เป็นที่ทำการของคณะรัฐบาลสาธารณรัฐจีน ต่อมาเมื่อจีนได้สถาปนาการปกครองเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี พ.ศ. 2492 รัฐบาลจีนจึงได้ย้ายเมืองหลวงกลับมายังกรุงปักกิ่ง ปัจจุบันนครหนานจิงเป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซู

จุดเด่นและศักยภาพ
  1. นครหนานจิงเป็น 1 ใน 10 เมืองใหญ่ของจีนที่เป็นศูนย์กลางทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม วัฒนธรรม และการคมนาคม โดยได้รับการจัดให้อยู่ใน อันดับที่ 7 ของเมืองทั่วจีนที่มีศักยภาพโดยรวมครบถ้วนทุกด้าน อาทิ การเป็นเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เมืองก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเมืองที่รักษาสิ่งแวดล้อมและมีสุขอนามัยดี เป็นต้น ขณะที่ในในเวทีสากลยังถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

  2. นครหนานจิงเป็น 1 ใน 4 เมืองศูนย์กลางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่สำคัญของจีน และมีสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่อยู่ในระดับแนวหน้าของจีน

  3. เศรษฐกิจนครหนาน จิงมีภาคบริการเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก สัดส่วน GDP ของ ภาคบริการคิดเป็นร้อยละ 50 ของมูลค่า GDP ทั้งหมด รองลงมาคือภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นร้อยละ 47.5 (ปี 2551 นครหนานจิงมีผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) 377,500 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 12 จากปี 2550)

  4. นครหนานจิงเป็นฐาน ธุรกิจบริการประเภท outsource โดยมีมูลค่าธุรกิจรวม ทั้งปีคิดเป็น 1 ใน 10 ของมูลค่าธุรกิจ outsource ของ ทั้งประเทศจีน และคิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าธุรกิจ outsource ของมณฑลเจียงซู ปัจจุบันมีธุรกิจในสาขาดังกล่าวทั้งที่เป็นธุรกิจจีนและต่างชาติมาจัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) และ Delivery Center ในนครหนานจิง กว่า 300 ราย อาทิ จงซิ่ง หัวเหว่ย โมโตโรล่า ฟูจิสึ อัลคาเทล เป็นต้น

  5. ด้าน อุตสาหกรรม นครหนานจิงเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการผลิตสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมเคมี รถยนต์ เทคนิคการผลิตเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และวัสดุก่อสร้าง ความก้าวหน้าในภาคอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ

    - บริษัท CSR Nanjing Puzhen Rolling Stock จัด ตั้งฐานการผลิตรถไฟครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่นครหนานจิง โดยเน้นการผลิตรถไฟที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อรถไฟใต้ดินสาย 2 ของนครหนานจิง รถไฟลอยฟ้าในเมืองฮ่องกง และรถไฟใต้ดินเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย

    - บริษัทรถยนต์ IVECO นครหนานจิง เป็นบริษัทผู้ผลิตรถโคสเตอร์รายเดียวของประเทศจีนที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตรถโคสเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มสมรรถนะ จนผลิตภัณฑ์ได้รับเลือกให้เข้า ร่วมงาน World Expo 2010 ที่นครเซี่ยงไฮ้ โดยเป็นผู้ผลิตรถโคสเตอร์ประหยัดพลังงานที่ใช้แหล่งกำเนิดพลังงานจาก แบตเตอรี่ลิเธียม แทนเครื่องยนต์ที่เผาผลาญจากน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งแบตเตอรีที่ชาร์จไฟจนเต็ม 1 ครั้ง จะวิ่งได้เป็นระยะทาง 220 ก.ม. ใช้พลังงานไฟฟ้า 40 กิโลวัตต์ ต่อ 100 ก.ม. เทียบเท่ากับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 5 ลิตร ของรถยนต์ทั่วไป
การคมนาคม

นครหนานจิง เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญแห่งหนึ่งของพื้นที่ด้านชายฝั่งตะวันออกของจีน

ทางรถยนต์ มีทางด่วนเชื่อมต่อไปยังเมืองสำคัญโดยรอบ และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศจีน ทั้งนี้ นครหนานจิงมีระยะทางห่างจากนครเซี่ยงไฮ้ 300 กว่าก.ม. ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 4-5 ช.ม.

ทางรถไฟ นครหนานจิงมีสถานีรถไฟทั้งหมด 3 สถานี คือ Nanjing Railway Station, Nanjing West Railway Station และ Nanjing South Railway Station โดยรถไฟที่มีเส้นทางออกจากหนานจิงส่วนใหญ่ จะใช้สถานี Nanjing West Railway Station ขณะที่รถไฟที่มีเส้นทางผ่านหนานจิงเพื่อไปยังเมืองอื่นๆ ของจีน จะใช้สถานี Nanjing Railway Station เป็นหลัก รถไฟที่เชื่อมระหว่างนครหนานจิงกับเมืองสำคัญอื่นๆ จะเป็นรถไฟความเร็วสูง (Multiple Unit Train) อาทิ สายหนานจิง-เซี่ยงไฮ้ ใช้เวลา 1 ช.ม. 58 นาที นอกจากนี้ ยังมีรถไฟความเร็วสูง 350 ก.ม. ต่อช.ม. ระหว่างนครหนานจิง-เซี่ยงไฮ้ จะช่วยลดเวลาการเดินทางเหลือเพียง 75 นาที ซึ่งได้เปิดใช้ในวันที่ 1 ก.ค. 2553 แล้ว ส่วนในเขตตัวเมืองนครหนานจิงมีรถไฟใต้ดินให้บริการด้วย

ทางน้ำ นครหนานจิงมีท่าเรือหนานจิง ซึ่งเป็นท่าเรือในประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจีน โดยเป็นท่าเรือขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ที่สำคัญ มีท่าเรือที่สามารถรองรับเรือขนาดบรรทุก 10,000 ตันได้ 16 ท่า

การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

สถานที่ท่องเที่ยว – นครหนานจิงมีแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เลื่องชื่อหลายแห่ง อาทิ สุสาน ดร. ซุน ยัดเซน (Dr. Sun Yat-sen's Mausoleum) สุสานจักรพรรดิ์จูหยวนจาง (Ming Xiaoling Mausoleum) วิหารขงจื๊อ (The Confucius Temple) ทำเนียบประธานาธิบดี (The Presidential Residence) วัดหลิงกู่ซื่อ (Linggu Temple) กำแพงเมืองหนานจิง (Zhonghua City Gate) ทะเล สาบสเวียนอู่ (Xuanwu Lake) อนุสรณ์สถานเหตุการณ์ สังหารหมู่หนานจิง พิพิธภัณฑ์หนานจิง(南京博物院) หอดูดาวจื่อจินซาน(紫金山天文台)ฯลฯ รวม 10 กว่าแห่ง

  1. ดอกไม้ประจำเมือง - ดอกเหมย
  2. ต้นไม้ประจำเมือง - ต้นสน (deodar cedar)
  3. สัญลักษณ์ประจำเมือง - ปี่เซี่ยะ (Pixie)
  4. อาหารมีชื่อของนครหนานจิง

เป็ด นครหนานจิงมีประวัติการนำเนื้อเป็ดมาทำอาหารแล้ว 1,400 กว่าปี และมีชื่อเสียงในประเทศจีน อาทิ เป็ดอบจินหลิง เป็ดตากแห้ง เป็ดน้ำเกลือหนานจิง เป็ดย่าง เป็ดซีอิ๊วจินหลิง เป็ดทอดกรอบ กึ๋นเป็ดน้ำเกลือ เป็นต้น

ถนนขายอาหาร อยู่ที่ถนนต้าสือป้า(大石坝)และถนนหูหนาน(湖南路)บริเวณถนนคนเดินแถววิหารขงจื๊อ ตลอดทางจะขายอาหารมากมาย

สุดยอด คลองฉินหวย 8 รายการ หมายถึง อาหารมีชื่อ 16 อย่าง จาก 8 ร้านอาหารติ่มซำในนครหนานจิง ได้แก่ ไข่น้ำชา(五香茶叶蛋) และ ถั่ว 5 รส(五香豆) ของร้านอาหารขุยกวงเก๋อ(魁光阁) ซุปเต้าหู้ไคหยาง(开洋干丝)และขนมกระดองปูอบ(蟹壳黄烧饼) ของร้านโหยงเหอหยวน(永和园) ขนมอบมันเป็ด(鸭油酥烧饼) ซุปเต้าหู้น้ำมันงา (麻油干丝) ซาลาเปารวมรส(什锦菜包) บะหมี่ไก่เส้น(鸡丝面) ของร้านฉี๋ฟางเก๋อ(奇芳阁) ขนมอบต้นหอม(葱油饼)และเต้าฮวยทรงเครื่อง(豆腐脑儿) ของร้านลิ่วเฟิ่งจวี(六凤居) ซาลาเปาทอดไส้เนื้อ(牛肉锅贴)และแกงจืดเนื้อวัว(牛肉汤) ของร้านเจี๋ยงโหยวจี้(蒋有记) เกี๊ยว(薄皮包饺)และบะหมี่ปลาทอดน้ำแดง(红汤爆鱼面) ของร้านบะหมี่จานหยวน(瞻园面馆) ขนม 5 สี (五色小糕)และบัวลอยไส้ดอกกุ้ยฮัว(桂花夹心小元宵)ของร้านอาหารติ่มซำเหลียนหูเกาถวน(莲湖糕团店)

ติ่มซำ ซาลาเปาเสี่ยวหลงเปา ซุปเต้าหู้ แกงจืดเลือดเป็ดวุ้นเส้น เต้าหู้ยี่ทอด เกี้ยวนึ่ง เป็ดน้ำเกลือหนานจิง

งานฝีมือ

งานฝีมือที่มีชื่อเสียงของนครหนานจิง ได้แก่ ผ้าไหมปักดอกลายจีน(云锦) ผ้าไหมกำมะหยี่(天鹅绒) ทองคำเปลว(金箔) งานตัดกระดาษเป็นรูปต่างๆ(剪纸) พัดพับ(折扇) ตุ๊กตาสัตว์ที่ทำจากไหมกำมะหยี่ (绒花)ดอกไม้ที่ทำจากผ้าไหม(绢花) และไม้แกะสลัก(木雕)

โอกาสของธุรกิจและสินค้าไทย
  1. นครหนานจิงเป็น เมืองชั้นรองจากนครเซี่ยงไฮ้ในพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำแยงซีที่เศรษฐกิจ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และประชากรในเขตเมืองมีรายได้สุทธิ (Disposable Income) ในระดับใกล้เคียงกับนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวคือ นครเซี่ยงไฮ้เท่ากับ 26,675 หยวน/คน/ปี นครหนานจิงเท่ากับ 23,122 หยวน/คน/ปี แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อของชาวนครหนานจิงที่น่าจะเป็นตลาดรองรับสินค้ามี คุณภาพจากไทย โดยเฉพาะสินค้าสินค้าเกษตรไทยที่เป็นที่รู้จักในพื้นที่แถบนี้แล้วในระดับ หนึ่ง ทั้งนี้ ในปี 2551 นครหนานจิงนำเข้าผลไม้ไทยเป็นมูลค่า 760,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นครเซี่ยงไฮ้นำเข้าเป็นมูลค่า 22.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นนครหนานจิงจึงเป็นอีกหนึ่งตลาดในพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำแยงซีที่ไทยจะ สามารถส่งเสริมการขยายตลาดสินค้าเกษตรให้กว้างขวางยิ่งขึ้นได้

  2. ขณะเดียวกัน ร้านอาหารไทยที่เปิดกิจการที่นครหนานจิงจนถึงปัจจุบันยังมีจำนวนน้อยมาก (จากการสำรวจพบเพียง 1 ราย) ขณะที่พบร้านอาหารต่างชาติอื่นๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในนครหนานจิง แสดงให้เห็นถึงความนิยมบริโภคอาหารต่างชาติมีเพิ่มขึ้น ประกอบ กับนครหนานจิงมีนโยบายผลักดันธุรกิจบริการและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและ ทรัพยากรบุคคลจากต่างชาติ ดังนั้นร้านอาหารไทยจึงเป็นธุรกิจที่ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก

เมืองซูโจว อู๋ซี ฉางโจว ตั้งอยู่บริเวณทางใต้ของลุ่มแม่น้ำแยงซี จัดเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำของมณฑลเจียงซู

เมืองเจิ้นเจียง หยางโจว และไท่โจว ตั้งอยู่ขนาน 2 ฝั่งแม่น้ำแยงซี เจิ้นเจียงและ หยางโจวมี แม่น้ำแยงซีขั้นกลาง โดยมีการเชื่อมต่อกับคลองขนส่งจิงหัง (The Beijing-Hangzhou Grand Canal คลองขุดที่เชื่อมกรุงปักกิ่งและเมืองหางโจว) ทั้งสองเมืองนี้เต็มไปด้วยทัศนียภาพที่งดงาม มีประวัติศาสตร์และประเพณีอันยาวนาน ในระยะที่ผ่านมาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองเมืองพัฒนาอย่างรวดเร็ว เมืองไท่โจวได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม เช่น การสร้างเครื่องจักร ตู้เย็น และอุตสาหกรรมเบา




เมืองทางตอนเหนือ ของมณฑลเจียงซู

ภูเขาฮวากั่ว (Huaguo Mountain)

สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋ว

ภูเขาฮวากั่ว (Huaguo Mountain)
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋ว


ตลาดค้าส่งและค้า ปลีกเครื่องประดับคริสตัลแหล่งใหญ่ที่สุดของจีน

ตลาดค้าส่งและค้าปลีก
เครื่องประดับคริสตัลแหล่งใหญ่ที่สุดของจีน

เมืองทางตอนเหนือของมณฑลเจียงซูตั้งอยู่เลียบทะเลเหลือง ใกล้กับประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ในปี 2544 รัฐบาลจีนมีนโยบายพัฒนาเมืองทางตอนเหนือของมณฑลเจียงซู ทำให้มีการยกระดับการพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งการลงทุนด้านโครงสร้างสาธารธณูปโภคพื้นฐาน การคมนาคม การศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ตลอดจนการเชื่อมโยงการพัฒนาจากทางใต้ขึ้นไปสู่ทางเหนือ โดยในปี 2551 มณฑลทั้ง 5 ในพื้นที่ทางเหนือมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เฉลี่ย ร้อยละ 13.8 (GDP ของมณฑลเจียงซูเติบโตร้อยละ 12.4) GDP per capita ประมาณ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ รายได้เฉลี่ยสุทธิของประชากรในเขตเมืองเท่ากับ 14,101 หยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 และรายได้เฉลี่ยสุทธิของประชากรในเขตชนบทเท่ากับ 6,738 หยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6

เมืองเหลียนยวิ๋นกั่ง เป็นที่ตั้งของท่าเรือเหลียนยวิ๋นกั่งซึ่งถือเป็นท่าเรือน้ำลึกเพียงแห่ง เดียวของมณฑลเจียงซู และเป็นที่ตั้งของเขตพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศ 1 ใน 7 แห่งของทั้งมณฑลเจียงซู และเป็น 1 ใน 3 เมืองที่รัฐบาลมณฑลเจียงซูวางแผนตั้งศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ และศูนย์กลางการท่องเที่ยวของมณฑล

เมืองเหลียนยวิ๋นกั่งมีพื้นที่ 7,500 ตร.กม. มีประชากร 4.82 ล้านคน มีชื่อเสียงในด้านการเป็นเมืองท่า และมีแหล่งท่องเที่ยว "ภูเขาฮวากั่ว ในเทือกเขายวิ๋นไถ" ที่เป็นสถานที่ตามตำนานในงานประพันธ์ชื่อดังของจีน เรื่องไซอิ๋ว ประกอบกับเป็นเมืองที่มีชายทะเล ทำให้รัฐบาลมณฑลวางแผนส่งเสริมให้เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของมณฑลใน ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก นอกจากนี้ เมืองเหลียนยวิ๋นกั่งยังมีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งผลิตคริสตัลแหล่งใหญ่ที่ สุดของจีนด้วย โดยมีตลาดค้าส่งและค้าปลีกเครื่องประดับคริสตัลที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ มีชื่อของเมือง









การคมนาคม

เมืองเหลียนยวิ๋นกั่งตั้งอยู่ห่างจากนครเซี่ยงไฮ้ประมาณ 480 ก.ม. การเดินทางทางรถยนต์จากเซี่ยงไฮ้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ช.ม. และการเดินทางโดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง โดยปัจจุบันยังไม่มีรถไฟด่วนประเภท (Electric Multiple Unit : EMU) จากเมืองเหลียนยวิ๋นกั่งถึงนคร เซี่ยงไฮ้ อย่างไรก็ดี มีการวางแผนก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง (High speed train) สายชิงไห่-เซี่ยงไฮ้ ผ่านเมืองเหลียนยวิ๋นกั่ง ซึ่งจะช่วยลดการเดินทางระหว่างนครเซี่ยงไฮ้ถึงเมืองเหลียนยวิ๋นกั่งเหลือ เพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปี 2555 และ กำลังดำริโครงการขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเซี่ยงไฮ้-หนานจิง ส่วนการ เดินทางทางอากาศ เมืองเหลียนยวิ๋นกั่งมีสนามบินที่มีเส้นทางไปยัง 12 เมืองของจีน อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เซินเจิ้น และเสิ่นหยาง เป็นต้น และเตรียมเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศแบบเหมาลำไปยังเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเดินเรือสำราญไปยังประเทศ เกาหลีใต้ด้วย ใช้เวลาเดินทาง 24 ช.ม.

อุตสาหกรรม

เมืองเหลียนยวิ๋นกั่งเป็นฐานอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้แก่

  1. พลังงาน ได้แก่พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเป็นฐานผลิตแผงโซล่าเซลและอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมโซล่าเซล และอุตสาหกรรมด้านพลังงานลม มีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน และโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
  2. อุตสาหกรรมยา โดยมีธุรกิจผลิตยาติด 50 อันดับแรกของจีนตั้งฐานการผลิตที่เมืองเหลียนยวิ๋นกั่ง
  3. อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยเฉพาะการผลิต Carbon Fibre ที่ ใช้มากในอุตสาหกรรมการผลิตรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าและจักรยานของจีน
  4. อุตสาหกรรมต่อเรือ
สินค้าจัดแสดงในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของ เมืองเหลียนยวิ๋นกั่ง
ได้แก่พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และ Carbon Fibre

สินค้าจัดแสดงในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของ เมืองเหลียนยวิ๋นกั่ง
ได้แก่พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และ Carbon Fibre



ธุรกิจไทยในเมืองเหลียนยวิ๋นกั่ง

ธุรกิจต่างชาติที่จัด ตั้งในเมืองเหลียนยวิ๋นกั่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจจากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนธุรกิจไทยในเมืองเหลียนยวิ๋นกั่งมีเพียงธุรกิจจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ เข้าไปจัดตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ตั้งแต่ปี 2535

ท่าเรือเหลียนยวิ๋นกั่ง
ภูเขาฮวากั่ว (Huaguo Mountain)

สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋ว

เส้นทางรถไฟขนส่งสินค้า เหลียนเหลียนยวิ๋นกั่ง-ร็อตเตอร์ดัม
(Eurasian Continental Bridge) ระยะทาง 10,900 ก.ม.
ปัจจุบันเปิดใช้ถึงปลายทางเมืองมอสโค ระยะเวลาเดินทาง 15 วัน


ท่าเรือเหลียนยวิ๋นกั่งเป็นท่าเรือน้ำลึกแห่งเดียวของ มณฑลเจียงซู และเป็นท่าเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลเจียงซู มีปริมาณลำเลียงสินค้ามากกว่า 100 ล้านตันต่อปี และมีปริมาณขนถ่ายตู้คอนเนอร์ 3-4 ล้านตันต่อปี มีท่าเทียบเรือขนาด 10,000 ตันขึ้นไป 44 ท่า โดยเป็นท่าเรือที่สำคัญเพื่อการลำเลียงขนส่งสินค้าแก่มณฑลทางเหนือของเจียง ซูและมณฑลตอนกลางและตะวันตกของจีน ได้แก่ อันฮุย เหอหนาน ส่านซี กานซู ชิงไห่ หนานหนิง และ ซินเจียง เป็นต้น

สินค้า นำเข้าส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรม ได้แก่ แร่เหล็ก แร่นิคเกิ้ล แร่ทองแดง ดีบุกแมงกานีส ถ่านหิน ซัลเฟอร์ อลูมินา และปิโตเลียม เป็นต้น สินค้าเกษตร ประเภทถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี ส่วนสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ได้แก่ ถ่านหิน ถ้านโค๊กเหล็ก อลูมิเนียม โพลีวูด โซเดียมซัลเฟท เครื่องจักร และยานยนต์ เป็นต้น โดยท่าเรือเหลียนยวิ๋นกั่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นท่าเรือที่นำเข้าอลูมิ นามากที่สุดในจีน และเป็นท่าเรือที่ส่งออกโพลีวูดมากที่สุดในจีน และส่งออกถ่านโค๊กมากเป็นอันดับที่ 2 ของจีน

ท่าเรือเหลียนยวิ๋นกั่งมีเส้นทางขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปประเทศต่างๆ 30 กว่าเส้นทาง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เมดิเตอร์เรเนียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางเดินเรือไปไทย โดยเส้นทางไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเพียงฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย

เมืองสวีโจว เมืองเหยียนเฉิง เมืองหวาย อัน และเมืองซู่เฉียน ปัจจุบันเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ อุตสาหกรรมด้านพลังงาน วัตถุดิบ อุปกรณ์ยานยนต์ และเกษตรแปรรูปของมณฑลชายฝั่งด้านตะวันออก ในด้านเกษตรกรรมมีการผลิตฝ้าย การทำเกลือทะเล และการประมง

สำหรับ ทิศทางการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี ทางการจีนมีแผนพัฒนาให้เมืองเหล่านี้เป็นศูนย์กลางคมนาคม ฐานอุตสาหกรรมหนัก และศูนย์กลางการค้าและโลจิส ติกส์ พลังงงาน และเขตนำร่องการพัฒนาเกษตรกรรมใหม่ มีรายละเอียดคือ

เมืองสวีโจว – พัฒนาให้ เป็นฐานการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ ฐานอุตสาหกรรมพลังงาน ฐานอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ และศูนย์กลางการท่องเที่ยว

เมืองเหยียนเฉิง – พัฒนาให้เป็นฐานการผลิตสมัยใหม่ ฐานอุตสาหกรรมพลังงาน เขตนำร่องอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา เมืองอุตสาหกรรมการค้าสมัยใหม่

เมืองหวายอัน – พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคม ศูนย์กลางการพาณิชย์และโลจิสติกส์ ฐานการผลิตสสมัยใหม่ และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

เมืองซู่เชียน – พัฒนาให้เป็นฐานอุตสาหกรรมใหม่ และเมืองนิเวศวิทยา




เขตพัฒนาเศรษฐกิจ

มณฑลเจียงซูมีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม และยังมีบทบาทสำคัญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการศึกษา ทั้งนี้ยังเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนามณฑลอีกด้วย ศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และความสามารถในการวิจัยวิทยาศาสตร์ของเจียงซู จัดเป็นอันดับที่สามของจีน รองจากกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ เจียงซูมีสถาบันวิจัยและพัฒนาที่ร่วมกับรัฐบาลถึง 149 กว่าสถาบัน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ กว่า 436 แห่ง และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ที่บริหารโดยบริษัทอุตสาหกรรมทั้งขนาดกลางและใหญ่ ถึง 2,100 แห่ง ทางด้านการศึกษา เจียงซูเป็นแห่งแรกที่มีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ประชากรถึงร้อยละ 98 ได้รับการศึกษา

เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิง (Nanjing Economic and Technological Development Zone)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิงได้จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 กันยายน ปี 2535 และได้รับการยกระดับให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับชาติเมื่อวัน ที่ 15 มีนาคม ปี 2545 ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปี 2546 ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเขตแปรรูปสินค้าส่งออกในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและ เทคโนโลยีดังกล่าว

เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก เฉียงเหนือของนครนานกิง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร มีพื้นที่ในระยะเริ่มต้นโครงการ 13.37 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 เขตย่อย ได้แก่เขตอุตสาหกรรม เขตคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตการค้าการเงิน เขตธุรกิจบริการ เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิงตั้งอยู่ใกล้กับเขตชีเสีย (Qixia,栖霞)ซึ่งเป็นเขต อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้างที่สำคัญของนครนานกิง จึงมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิงที่ สำคัญอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนานกิงยังตั้งอยู่ใกล้กับเมืองมหาวิทยาลัย เซียนหลิน (Xianlin University Town) ที่ช่วยสนับสนุนในด้านทรัพยากรบุคลากรอีกด้วย

อุตสาหกรรมหลักภายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิงมี 4 อุตสาหกรรม ได้แก่

  1. อุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์และโทรคมนาคม ในปี 2551 มีมูลค่าการผลิตรวม 119,500 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 ของมูลค่าการผลิตทั้งเขตอุตสาหกรรมฯ โดยส่วนใหญผลิตจอ TFT-LCD (transistor-liquid crystal display) เป็นหลัก ในปี 2551 รวมปริมาณการผลิต 69.56 ล้านชิ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ผลิตมากเป็นอันดับ 1 ในประเทศจีน

  2. อุตสาหกรรมเภสัชศาสตร์ชีวภาพ

  3. อุตสาหกรรมเบา

  4. อุตสาหกรรมวัสดุใหม่

ณ สิ้นปี 2551 GDP ของเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิงเท่ากับ 20,600 มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกเท่ากับ 12,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มี 400 กว่าบริษัทจาก 20 กว่าประเทศทั่วโลกเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนครนานกิง โดยมีบริษัทติดอันดับ 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก 36 บริษัท อาทิ บริษัท LG จากเกาหลีซึ่งเป็นที่ตั้งฐานผลิตที่ใหญ่ ที่สุดในต่างประเทศ บริษัท Sharp จากญี่ปุ่น บริษัท Siemens จากเยอรมนี บริษัท Bunge จากสหรัฐอเมริกา เป็นต้น เข้ามาลงทุน รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนจากต่างประเทศ 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เกิดขึ้นจริง 257 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เขตอุตสาหกรรมซูโจว (Suzhou Industrial Park)

เขตอุตสาหกรรมซูโจวสร้างขึ้นโดยความร่วม มือระหว่างรัฐบาลจีนและสิงคโปร์ ได้รับการอนุมัติจัดตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2537 มีพื้นที่ในระยะ เริ่มต้นโครงการ 8 ตารางกิโลเมตร เน้นดึงดูดการลงทุนประเภทอุตสาหกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก โดยเฉพาะภาคบริการ นโยบายการบริหารและพัฒนาเขตอุตสาหกรรมซูโจวเป็นไปตามนโยบายของเขตพัฒนา เศรษฐกิจและเทคโนโลยีในเมืองริมชายฝั่งทะเล โดยในการบริหารได้รับแนวทางจากประเทศสิงคโปร์

เขตอุตสาหกรรมซูโจว

ปัจจุบันรอบทะเลสาบจินจีภายในเขตอุตสาหกร รมซูโจวรายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานธุรกิจการเงิน ศูนย์จัดนิทรรศการ อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการบันเทิง อุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหาร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย โรงแรมและอาคารสำนักงาน เป็นต้น ซึ่งมีสถาบันการเงินจากทั่วโลกเข้ามาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ภายแล้วรวมกว่า 140 ราย อาทิ ธนาคาร Standard Chartered ธนาคาร HSBC ธนาคาร DBS จากฮ่องกง ธนาคาร Industrial จากเกาหลี ธนาคาร BEA ธนาคาร Woori ธนาคาร Minsheng ธนาคาร SK จากเกาหลีและบริษัทประกันภัย Pingan เป็นต้น จนทำให้เขตอุตสาหกรรมดังกล่าวได้พัฒนาเป็น CBD ของเมืองซูโจว

ใน ปี 2552 GDP ของเขตอุตสาหกรรมซูโจวเท่ากับ 112,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 15.1 มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เกิดขึ้นจริง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกเท่ากับ 51,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นมูลค่าการส่งออก 24,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เขตคลังสินค้าทัณฑ์ บนจางเจียกัง (Zhang Jia Gang Bonded Area)

เขตคลังสินค้าทัณฑ์บนจางเจียกัง ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ปี 2535 มีพื้นที่ 4.1 ตารางกิโลเมตร โดยมีบทบาทที่สำคัญในด้านการค้าระหว่างประเทศ การเงินระหว่างประเทศ คลังสินค้าทัณฑ์บน อุตสาหกรรมแปรรูปส่งออก โดยส่งเสริมให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมาลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตและแปรรูปสินค้าเพื่อส่งออก

เขตพัฒนาเศรษฐกิจเหยียนเฉิง

รัฐบาลมณฑลเจียงซูจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจ เหยียนเฉิงขึ้นเมื่อปี 2535 และได้เปลี่ยนชื่อเป็นเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูงสมัยใหม่เมื่อปี 2540 อุตสาหกรรมหลักภายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจ ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และอะไหล่ เครื่องจักรกล และสิ่งทอ โดยมีโรงงานผลิตรถยนต์ทั้งคัน 3 โรง บริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ 65 บริษัท และโชว์รูมจำหน่ายและซ่อมแซมรถยนต์ยี่ห้อต่าง 11 โชว์รูม โดยมีบริษัทผลิตรถยนต์ยี่ห้อ KIA เป็นผู้นำด้านธุรกิจผลิตยานยนต์ภายในเขตอุตสาหกรรมฯ นอกจากนี้ ปัจจุบันเขตฯ กำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ รถยนต์ที่ใช้พลังงานจากแหล่งใหม่ และอุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้พลังงานจากแหล่งใหม่ เป็นต้น โดยด้านทิศตะวันออกของเขตฯ กำลังวางผังก่อสร้างให้เป็นเขตอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์และฐานธุรกิจให้บริการ Outsourcing คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2555

ปัจจุบันมีบริษัทเข้าไปจัดตั้งธุรกิจในเขต พัฒนาเศรษฐกิจเหยียนเฉิงรวม 1,083 บริษัท โดยเป็นบริษัทต่างชาติ 135 บริษัท โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทจากประเทศเกาหลีใต้

เมืองใหม่ริมทะเลสาบเมืองซู่เชียน มณฑลเจียงซู

โครงการเมืองใหม่ริมทะเลสาบเมืองซู่เชีย นได้รับอนุมัติจัดตั้งเมื่อเดือน ก.พ. 2549 ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลั่วหม่า บนพื้นที่สำคัญใจกลางเมือง มีพื้นที่ 122 ตร.กม. ประกอบด้วย เขตท่องเที่ยวตากอากาศทะเลสาบลั่วหม่า เขตท่องเที่ยวทัศนียภาพภูเขาซานไถ เขตพื้นที่ศึกษาระดับอาชีวศึกษา เขตอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเขตอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่

การคมนาคมและโลจิสติกส์

ทางหลวง

การคมนาคมทางรถยนต์ในมณฑลเจียงซูจะใช้ทางหลวงสายหลักและสายรอง และทางด่วนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีถนนทางหลวงที่เชื่อมไปยังมณฑลใกล้เคียง ณ สิ้นปี 2551 ทางหลวงในมณฑลเจียงซูมีความยาวรวม 140,930 กิโลเมตร ทางด่วน 3,725 กิโลเมตร

มณฑลเจียงซูมีสะพานขนาดใหญ่ที่ข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก ที่ไหลผ่านมณฑลทั้งหมด 6 สะพาน และรอสร้างเพิ่มอีก 2 สะพานคือสะพานเชื่อมระหว่างเกาะฉงหมิง(Chongming,崇明)นครเซี่ยงไฮ้กับเมือง ฉี่ตง (Qidong,启东)นครนานกิง และสะพานข้ามแม่น้ำฉางเจียงที่ 4 ซึ่งเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำฉางเจียงภายในนครนานจิง




ทางรถไฟ

ทางรถไฟสายหลักของมณฑล

ทางรถไฟสายหลักของมณฑลได้แก่ รถไฟสายนครปักกิ่ง-นครเซี่ยงไฮ้ รถไฟสายเหลียนหวินกัง(Lianyungang , 连云港)- หลันโจว(Lanzhou,兰州)รถไฟสายนครนานกิง- ถงหลิง (Tongling,铜陵) รถไฟสายนครนานกิง - นครซีอาน และรถไฟสายซินอี๋ (Xinyi,新沂)- ฉางซิ้ง(Changxing,长兴)โดยมีสถานีรถไฟนครนานกิง เป็นสถานีรถไฟชุมทางด้านทิศเหนือและสถานีรถไฟสวีโจว (Xuzhou,徐州)เป็นสถานีรถไฟชุมทางทิศใต้ของมณฑลเจียงซู

เมืองทั้ง 13 เมืองในมณฑลนอกจากเมืองสู้เชียน (Suqian,宿迁)แล้วต่างมีทางรถไฟตัดผ่าน ปัจจุบันมีขบวนรถไฟหัวกระสุนความเร็วสูงหรือ CRH (China Railway High-speed) ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 1 ชั่งโมง 57 นาที จากนครนานกิงถึงนครเซี่ยงไฮ้ และยังมีรถไฟความเร็วสูง 350 ก.ม. ต่อช.ม. ระหว่างนครหนานจิง-เซี่ยงไฮ้ จะช่วยลดเวลาการเดินทางเหลือเพียง 75 นาที ซึ่งได้เปิดใช้ในวันที่ 1 ก.ค. 2553 แล้ว ทางรถไฟในมณฑลเจียงซูมีความยาวรวม 1,606 ก.ม.










ทางน้ำ

การคมนาคมทางน้ำส่วนใหญ่ขนส่งโดยทางคลอง ที่สำคัญ คือการขนส่งสินค้าทางคลองจิง-หาง (The Beijing-Hangzhou Grand Canal) โดยมีเส้นทางการเดินเรือเชื่อมต่อกับเมืองอื่นๆ คือ ซูโจว(Suzhou,苏州)-หางโจว(Hangzhou,杭州)และอู๋ซี(Wuxi,无锡)-หางโจว(Hangzhou,杭州) ซึ่งเรือสินค้าที่ออกจากต้นทางในตอนเย็นจะสามารถวิ่งถึงปลายทางได้ในตอนเช้า ของทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำสายแม่น้ำแยงซี จากนครนานกิง(Nanjing,南京)ถึงนครฉงชิง(Chongqing,重庆)

ด้านเรือโดยสาร มีการให้บริการรถยนต์ข้ามฟากแม่น้ำแยงซี ระหว่างเมืองหนานถง(Nantong, 南通)- เมืองจางเจียกัง(Zhangjiagang,张家港)เมืองหนานถง(Nantong, 南通)- เมืองฉางซู (Changsu,常熟)และเมืองไท่ฉาง(Taicang,太仓)- เมืองไห่เหมิน(Haimen,海门)




ทางอากาศ

ทางอากาศ

มณฑลเจียงซูมีสนามบินประจำเมืองต่างๆรวม 7 แห่งได้แก่สนามบินนครนานกิง สนามบินเมืองฉางโจว(Changzhou,常州) สนามบินเมืองอู๋ซี (Wuxi,无锡)สนามบินเมืองหนานถง(Nantong,南通) สนามบินเมืองเหยียนเฉิง(Yancheng, 盐城)สนามบินเมืองเหลี่ยนหวินกัง(Lianyungang,连云港)และสนามบินเมืองสวีโจว (Xuzhou,徐州)

















เศรษฐกิจ

ข้อมูลทั่วไปทางเศรษฐกิจ

GDP

ในปี 2552 ผลิตภัณฑ์มวลรวม(GDP)ของมณฑลเจียงซูทะลุ 3,406,120 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ประมาณร้อยละ 12.4 โดยในจำนวนนี้มูลค่าการผลิตในอุตสาหกรรมปฐมภูมิอยู่ที่ 220,170 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 4.5 มูลค่าการผลิตในภาคอุตสาหกรรมทุติยภูมิ 1,841,610 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 12.5 และมูลค่าการผลิตในภาคอุตสาหกรรมตติยภูมิ 1,344,340 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 13.6 สัดส่วน GDP ของภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการเท่ากับร้อยละ 6.4 ร้อยละ 54.1 และร้อยละ 39.5 ตามลำดับ

รายได้

ปี 2552 มณฑลเจียงซูมีรายได้เฉลี่ยสุทธิต่อหัวต่อปีของประชาชนในเขตเมือง 20,552หยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 10 ขนาดพื้นที่อาศัยเฉลี่ยต่อคนของประชาชนในเขตเมืองเท่ากับ 32.9 ตารางเมตร รายได้สุทธิทั้งปีเฉลี่ยต่อคนของประชาชนในเขตชนบทเท่ากับ 8,004หยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 12.1 ขนาดพื้นที่อาศัยเฉลี่ยต่อคนของประชาชนในเขตชนบทเท่ากับ 45.2 ตารางเมตร

รายจ่ายด้านการบริโภคของประชาชน

ปี 2552 รายจ่ายด้านการบริโภคเฉลี่ยต่อหัวประชาชนในเขตเมืองเท่ากับ 13,153 หยวน ต่อปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 จากปี 2551 โดยการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคด้านผลิตภัณฑ์อาหาร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.3 ในขณะที่รายจ่ายด้านการบริโภคเฉลี่ยต่อหัวของประชาชนในเขตชนบทมีจำนวนเท่า กับ 5,804 หยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 จากปี 2551 โดยการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคด้านผลิตภัณฑ์อาหารคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.2

การออม

ปี 2552 เงินออมภาคประชาชนของมณฑลเจียงซูมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,008,060 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 20.1 ในขณะที่เงินออมภาคธุรกิจมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,855,070ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 43.9

ดัชนีราคา

ดัชนีราคาผู้บริโภคของมณฑลเจียงซูในปี 2552 ขยายตัวร้อยละ -0.4 โดยดัชนีราคาสินค้าประเภทอาหารขยายตัวร้อยละ 0.9 ซึ่งดัชนีราคาเนื้อสุกรขยายต้วร้อยละ -19.4 ดัชนีราคาน้ำมันพืชขยายตัวร้อยละ -24.3 ดัชนีราคาผักสดขยายตัวร้อยละ 18.1 ดัชนีราคาการซื้อเข้าวัตถุดิบ เชื้อเพลิงและพลังงานขยายตัวร้อยละ -8.1 ดัชนีราคาสินค้าอุตสาหกรรมจากโรงงานขยายตัวร้อยละ -4.8

ตารางแสดงการขยายตัวของดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคมณฑล เจียงซู 2552 (ร้อยละ)
รายการ ดัชนีทั้งมณฑล ดัชนีในเขตเมือง ดัชนีในเขตชนบท
ดัชนีราคาผู้บริโภค -0.4 -0.4 -0.5
ผลิตภัณฑ์อาหาร 0.9 1.1 0.7
ได้แก่ : เสบียงอาหารประเภทถั่วและมัน 4.4 5.1 4.0
บุหรี่ สุรา และของใช้ 1.7 1.8 1.5
เครื่องนุ่งห่ม -1.0 0.1 -4.1
อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน 1.3 1.9 -0.5
การรักษาพยาบาลและของใช้ส่วนตัว 0.7 0.6 0.9
การคมนาคมและการสื่อสาร -3.3 -3.7 -2.3
อุปกรณ์และบริการเกี่ยวกับการบันเทิง การศึกษา และวัฒนธรรม -0.1 -1.1 2.2
ที่พักอาศัย -2.5 -2.2 -3.3


การลงทุนในทรัพย์สินถาวร

ปี 2552 มณฑลเจียงซูมีการลงทุนในทรัพย์สินถาวรทั้งสิน 1,875,160 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 จากปี 2551 โดยการลงทุนด้านทรัพย์สินถาวรในเขตเมืองคิดเป็นมูลค่า 1,412,260 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.2 ในเขตชนบทคิดเป็นมูลค่า 462,900 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.4

การลงทุนในทรัพย์สินถาวรในมณฑลเจียงซู ปี 2552
รายการ มูลค่า (ล้านหยวน) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว (ร้อยละ)
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 1,875,160 24.5
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมือง 1,412,260 24.2
- ภาคเกษตร 4,450 82.4
- ภาคอุตสาหกรรม 668,910 21.5
- ภาคบริการ 738,900 26.5
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเขตชนบท 462,900 25.4


การค้าปลีกและค้าส่ง

การค้าปลีกของสินค้าอุปโภคบริโภคมีมูลค่ารวม 1,148,410 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 จากปี 2551 โดยเขตเมืองมีมูลค่าค้าปลีก 847,150 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.0 ในระดับอำเภอลงไปมีมูลค่าค้าปลีก 301,260 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.4 เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทกิจการแล้ว พบว่ากิจการค้าส่งและค้าปลีกมีมูลค่าค้าปลีกรวม 989,240 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.3 กิจการโรงแรมและภัตตาคารมีมูลค่าค้าปลีกรวม 148,530 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.5 กิจการอื่นๆ มีมูลค่าค้าปลีกรวม 10,640 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6

การค้าระหว่างประเทศ

ปี 2552 มูลค่าการนำเข้าส่งออกของมณฑลเจียงซูเท่ากับ 338,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 13.6 โดยมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 199,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 16.3 มูลค่าการนำเข้าเท่ากับ 139,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 9.5 สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ สินค้าหมวดเครื่องจักรกล และสินค้าเทคโนโลยีชั้นสูง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 69.6 และร้อยละ 46.6 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดตามลำดับ โดยมีเครื่องคอมพิวเตอร์และสินค้าเทคโนโลยีด้านสารสนเทศเป็นสินค้าส่งออก หลัก ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกส่วนใหญ่ (ร้อยละ73.6) มาจากธุรกิจต่างชาติ โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ สหภาพยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอาเซียน ตามลำดับ

ตารางแสดงมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกและสินค้าหลักของมณฑลเจียงซูในปี 2552
รูปแบบการค้า มูลค่า
(ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
เพิ่มขึ้นจากปี2551
(ร้อยละ)
มูลค่าส่งออก 199,240 -16.3
การค้าทั่วไป 70,890 -23.0
การค้าแปรรูป 122,610 -13.6
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแปรรูป 196,280 -16.4
ผลิตภัณฑ์ขั้นต้น 2,960 -8.4
ผลิตภัณฑ์อิเล็คโทรนิกส์ 138,760 -14.0
ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นสูง 92,840 -10.8
ธุรกิจลงทุนจากต่างประเทศ 146,640 -16.2
รัฐวิสาหกิจ 17,380 -16.4
มูลค่านำเข้า 139,590 -9.5
การค้าทั่วไป 45,140 4.6
การค้าแปรรูป 70,730 -15.8
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแปรรูป 120,220 -10.5
ผลิตภัณฑ์ขั้นต้น 19,370 -2.8
ผลิตภัณฑ์อิเล็คโทรนิกส์ 86,840 -12.2
ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นสูง 61,280 -13.2
ธุรกิจลงทุนจากต่างประเทศ 113,080 -12.1


ตารางแสดงมูลค่าการส่งออกของมณฑลเจียงซูและประเทศคู่ค้าหลักในปี 2552
ประเทศ มูลค่า
(ล้านดอลลาร์ สรอ.)
อัตราเพิ่ม
(ร้อยละ)
สหภาพยุโรป 49,310 -20.0
สหรัฐอเมริกา 45,160 -8.5
ญี่ปุน 19,570 -7.7
ฮ่องกงเขตปกครองพิเศษ 14,220 -17.1
อาเซียน 16,680 -19.0
เกาหลีใต้ 10,090 -29.2
ไต้หวัน 4,900 -25.6
รัสเซีย 1,780 -35.7
ลาตินอเมริกา 9,020 -17.7
แอฟริกา 4,740 -5.4


การค้าระหว่างไทยและมณฑลเจียงซู

ปี 2552 การค้าระหว่างไทยและมณฑลเจียงซูมีมูลค่า 7,243 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 0.11 จากปี 2551 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.14 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของมณฑลเจียงซู และคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 21.85 ของมูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน (มูลค่าการค้าไทย-จีนปี 2552 เท่ากับ 33,152.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมณฑลเจียงซูส่งออกมายังไทยเป็นมูลค่า 2,773.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 6.43 ขณะที่นำเข้าจากไทยเป็นมูลค่า 4,469.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 4.65 ไทยได้เปรียบดุลการค้า 1,695.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.85 (ขณะที่ไทยเสียดุลการค้ากับจีนรวม 905.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สินค้าส่งออกหลักมายังไทย 10 อันดับแรก
  มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน % % เพิ่ม/ลด
มูลค่าการนำเข้ารวม 2,773.81 100 -6.43
1.คอมพิวเตอร์แบบพกพา 423.11 15.25 44.21
2.จอภาพ LCD 245.42 8.85 46.92
3.เส้นด้ายและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ 150.50 5.43 -15.40
4.อุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติและชิ้นส่วน 143.82 5.18 24.38
5.ผลิตภัณฑ์เหล็ก 142.26 5.13 -59.03
6.เครื่องเกี่ยวนวด (combine harvester) 69.90 2.52 109.54
7. โทรศัพท์มือถือ 64.63 2.33 61.52
8.แผงวงจรรวม 54.14 1.95 314.79
9.อุปกรณ์ชิ้นส่วนโทรทัศน์ วิทยุ และอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย 51.52 1.86 -25.61
10. มอเตอร์ไฟฟ้าและไดนาโม 37.44 1.35 5.27
อื่น ๆ 1391.07 50.15  


สินค้านำเข้า 10 อันดับแรกจากไทย
  มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน % % เพิ่ม/ลด
มูลค่าการส่งออกรวม 4,469.63 100 4.65
1.อุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติและชิ้นส่วน 1,518.37 33.97 20.72
2.อะไหล่เครื่องประมวลผลอัตโนมัติ 709.82 15.88 -2.30
3.แผงวงจรรวม 612.43 13.70 1.28
4.สินค้าเกษตร 179.73 4.02 118.64
5.ยางธรรมชาติ (รวมถึงยางลาเท็กซ์) 119.51 2.67 -49.85
6.พลาสติกขั้นปฐมภูมิ 117.83 2.64 -19.24
7.อุปกรณ์ชิ้นส่วนโทรทัศน์ วิทยุ และอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย 76.06 1.7 12.07
8.แผ่นวงจรพิมพ์ 60.58 1.36 -29.73
9.น้ำมันสำเร็จรูป 56.34 1.26 3830.27
10.เส้นด้ายและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ 56.29 1.259 11.38
อื่น ๆ 962.67 21.54  


การลงทุนระหว่างประเทศ

ในปี 2551 มณฑลเจียงซูมีวิสาหกิจต่างประเทศที่จดทะเบียนใหม่ 4,219 ราย มูลค่าการจดทะเบียน 50,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง 25,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 มีโครงการลงทุนด้านการบริการของวิสาหกิจ ต่างชาติที่อนุมัติใหม่กว่า 1,352 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 ทั้งนี้มีวิสาหกิจต่างชาติที่ ชำระทุนจดทะเบียนแล้วเป็นมูลค่า 19,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การลงทุนระหว่างไทยและมณฑลเจียงซู

ธุรกิจไทยที่ลงทุนในมณฑลเจียงซู ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ด้านโทรคมนาคม อุปกรณ์ก่อสร้าง และชิ้นส่วนรถยนต์ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น กระจายอยู่ในเมืองต่างๆ อาทิ นครหนานจิง อู๋ซี ซูโจว คุนซาน ตันหยาง หนานทง จางเจียกั่ง เป็นต้น รวมการลงทุนของไทยทุกประเภทในมณฑลเจียงซู ประมาณ 60 ราย มีมูลค่ารวม 1,721.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน ปี 2553, สำนักงานเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ มณฑลเจียงซู)

ธุรกิจจากมณฑลเจียงซูที่ลงทุนในไทย ประมาณ 30 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ และโลหะ มีมูลค่าการลงทุนรวม 32.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน ปี 2553, สำนักงานเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ มณฑลเจียงซู)

ภาคเกษตรกรรม

มณฑลเจียงซูเป็นที่รู้จักในด้านการผลิตนมและน้ำผึ้ง และการเลี้ยงไหม และผลิตผ้าไหม เป็นแหล่งเกษตรกรรมด้านป่าไม้ และปศุสัตว์ พื้นที่ในมณฑลโดยทั่วไปมีการเพาะปลูกธัญพืช ฝ้าย เป็นแหล่งปลูกใบชา "ปี้หลัวชุน" ที่มีชื่อเสียง และเป็นแหล่งเพาะปลูกกระเทียมที่สำคัญที่ผีโจวในเมืองสวีโจว

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมของมณฑลเจียงซูเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่องจนมีมูลค่าสูงสุดในจีนในปี 2551 โดยมีมูลค่าการส่งออก 1,979 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.8 จากช่วงเดียวกันของปี 2550 ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของมณฑลเจียงซูเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี ในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา

ในปี 2552 มณฑลเจียงซูมีพื้นที่ในการเพาะปลูกธัญพืช 5.272 ล้านเฮคเตอร์ (1 เฮคเตอร์ = 10,000 ตารางเมตร) มากกว่าปี 2551 จำนวน 5,000 เฮคเตอร์ มีพื้นที่ในการเพาะปลูกฝ้ายและพืชเกษตรน้ำมัน 252,000 เฮคเตอร์ และ 593,000 เฮคเตอร์ ตามลำดับ ลดลง 48,000 เฮคเตอร์และเพิ่มขึ้น 26,000 เฮคเตอร์ ตามลำดับ โดยมีพื้นที่ในการเพาะปลูกพืชผัก 1,148,000 เฮคเตอร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0

ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของมณฑลเจียงซูปี 2552
สินค้า ผลผลิต(ล้านตัน) เพิ่มขึ้นจากปี 2551
(ร้อยละ)
ธัญพืช 32.301 1.7
ฝ้าย 0.256 -21.6
พืชเกษตรน้ำมัน 1.622 7.9
เมล็ดผักน้ำมัน 1.217 7.9
ถั่ว 0.387 8.7
รังไหม 0.079 -19.8
ใบชา 0.016 1.4
ผลไม้ 7.310 7.0
เนื้อสัตว์ 3.481 6.3
ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจืดและน้ำเค็ม 4.432 4.3


ภาคอุตสาหกรรม

ในปี 2552 ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของมณฑลเจียงซูมีมูลค่าเพิ่มรวม 1,672,710 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.6 จากปี 2551 แบ่งเป็นมูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมหนัก 1,189,840 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.7 และมูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมเบา 482,870 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8

อุตสาหกรรมหลัก

อุตสาหกรรมหลักของมณฑลเจียงซูล้วนเป็นอุตสาหกรรมแนวหน้าของประเทศจีน ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องจักร สิ่งทอ ปิโตรเคมี โลหะ อิเล็กทรอนิกส์สารสนเทศ เวชภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง และอุตสาหกรรมเบา โดยมูลค่าการส่งออกของเครื่องจักรกลและสินค้าประเภทเทคโนโลยีชั้นสูงมีสัด ส่วนคิดเป็นร้อยละ 69.4 และ 40.8 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดตามลำดับ ในปี 2551 ในสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญจำนวน 75 ประเภทของมณฑลเจียงซูนั้น มีสินค้าที่การผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้น 47 ประเภท และสินค้าที่การผลิตลดลง 28 ประเภท อย่างไรก็ดี แม้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของมณฑลเจียงซูจะมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับมณฑลอื่นๆ แต่ยังมีข้อด้อยที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา คือ ธุรกิจที่มีมาตรฐานอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศยังมีน้อยราย และธุรกิจในภาคบริการยังมีน้อย นอกจากนี้ อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังเน้นด้านการแปรรูป / ประกอบผลิตภัณฑ์ แต่ไม่มีการสร้างแบรนด์และมูลค่าเพิ่ม

ในปี 2552 อุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ด้านการคมนาคมขนส่ง มูลค่าการผลิตขยายตัวร้อยละ 36.7 การผลิตเวชภัณฑ์ ขยายตัวร้อยละ 27.3 การผลิตอุปกรณ์เครื่องมือเฉพาะทาง ขยายตัวร้อยละ 20.5 การผลิตอุปกรณ์สารสนเทศ ขยายตัวร้อยละ 13.4 และการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ขยายตัวร้อยละ 8.4

อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ

จากข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่มณฑลเจียงซูตั้งอยู่ในเขตแนวลม ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรทางลมขนาดใหญ่ รัฐบาลจีนจึงตั้งให้มณฑลเจียงซูเป็นฐานพัฒนาอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพื่อเร่งสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ปัจจุบัน อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ผลิตในมณฑลเจียงซูครองส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อย ละ 50 ของตลาดในประเทศ

ผลผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญของมณฑลเจียงซูในปี 2552
รายชื่อสินค้า หน่วย มูลค่า เพิ่มขึ้นจาก2551
ร้อยละ
รถยนต์ ล้านคัน 0.506 79.8
ผ้า ล้านเมตร 7,900 1.3
ใยสังเคราะห์ ตัน 8,945,000 11.1
บุหรี่ พันล้านมวน 92.46 3.4
โทรทัศน์สี ล้านเครื่อง 11.513 34.3
ตู้เย็น ล้านเครื่อง 6.671 4.7
เครื่องปรับอากาศ ล้านเครื่อง 3.312 -53.2
ถ่านหินดิบ ล้านตัน 23.974 -2.6
น้ำมันดิบ ล้านตัน 1.84 0.0
พลังงานไฟฟ้า ล้าน Kilowatt-hour 298,430 3.4
เหล็ก ล้านตัน 54.899 12.9
ผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูป ล้านตัน 78.597 8.4
โลหะมีสี10 ชนิด ล้านตัน 0.541 13.4
ปูนซีเมนต์ ล้านตัน 144.341 6.7
กรดกำมะถัน ล้านตัน 4.015 4.7
ด่างบริสุทธิ์ ล้านตัน 2.483 -0.9
ปุ๋ยเคมี ล้านตัน 3.173 4.8


ภาคบริการ

ธุรกิจการเงินและประกันภัย

ในปี 2552 รายรับการคลังมีมูลค่า 840,490 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 18.2 สถาบันการเงินในมณฑลเจียงซูมียอดเงินฝากที่เป็นเงินสกุลหยวน รวม 4,885,030 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 32 เงินปล่อยกู้ของสถาบันการเงินที่เป็นเงินสกุลหยวนรวมทั้งสิ้น 3,529,670 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 34.9 โดยเงินกู้ระยะสั้นที่เป็นเงินสกุลหยวนมีจำนวนรวม 1,472,370 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 20.2

ธุรกิจประกันภัยมีรายได้จากเบี้ยประกัน 90,770 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 17.1 ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากเบี้ยประกันทรัพย์สิน 22,840 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1 เป็นรายได้จากเบี้ยประกันชีวิต 61,950 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 เป็นรายได้จากประกันสุขภาพและประกันชีวิต 5,990 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 9.5 ส่วนค่าสินไหมที่บริษัทประกันภัยต้องชดใช้มีมูลค่ารวม 27,350 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 2.4 โดยเป็นค่าสินไหมสำหรับประเภทประกันทรัพย์สินรวม 12,740 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 เป็นค่าสินไหมสำหรับประเภทประกันชีวิตรวม 12,490 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 3.6 และเป็นค่าสินไหมสำหรับประเภทประกันสุขภาพและประกันชีวิต 2,120 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.9

ธุรกิจโลจิสติกส์

ในปี 2552 มณฑลเจียงซูมีปริมาณรถยนต์ที่ใช้ในมณฑล 4,581,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.8 ในจำนวนนี้มีรถยนต์โดยสารส่วนบุคคลอยู่ 3,382,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.5

ปริมาณการลำเลียงขนส่งสินค้าและจำนวน นักท่องเที่ยวผ่าน
ระบบขนส่งประเภทต่างๆ ของมณฑลเจียงซูในปี 2552
ระบบขนส่ง มูลค่า (ล้านตัน) ขยายตัวจากปี 2551
(ร้อยละ)
ปริมาณลำเลียงขนส่งสินค้า 1,609.668 9.2
ทางรถไฟ 61.374 19.9
ทางน้ำ 420.1.0 9.1
ทางหลวง 1,040.020 8.8
ทางอากาศ 0.044 -5.1
ทางท่อ 88.070 8.8
ระบบขนส่ง จำนวน(ล้านคน) ขยายตัวจากปี 2551
(ร้อยละ)
จำนวนนักท่องเที่ยว 142,330 8.1
ทางรถไฟ 31,130 -2.5
ทางน้ำ 140 85.6
ทางหลวง 1,990.08 11.0
ทางอากาศ 5,270 15.4


ธุรกิจการท่องเที่ยว

ในปี 2552 นักท่องเที่ยวภายในประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวในมณฑลเจียงซูมีจำนวนเข้า มณฑลเจียงซูรวมกัน 297.266 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 13.8 มณฑลเจียงซูมีรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ 344,950 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.6 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวมีจำนวนเข้ามณฑลเจียงซูรวมกัน 5.568 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 2.3 ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 3.961ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.0และเป็นนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน 1.608 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 ทำรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ 4,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5

ธุรกิจโทรคมนาคมและไปรษณีย์

ในปี 2552 ธุรกิจโทรคมนาคมและไปรษณีย์ในมณฑลเจียงซูสร้างมูลค่ารวม 181,240 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยธุรกิจโทรคมนาคมสร้างมูลค่า 165,880 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.4 และธุรกิจไปรษณีย์สร้างมูลค่า 15,360 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 มณฑลเจียงซูมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์บ้านรวม 26.624 ล้านราย ลดลง 3.061ล้านราย มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือรวม 49.184 ล้านราย เพิ่มขึ้น 9.615 ล้านราย และมีผู้ขอติดตั้งระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว 9.610 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 1,894,000 ราย