ข้อมูลพื้นฐานมณฑลเจ้อเจียง

 
 

ข้อมูลพื้นฐาน

แผนที่ มณฑลเจ้อเจียง

ที่ตั้งและพี้นที่

มณฑลเจ้อเจียง

ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนและ ทางใต้ของสามเหลี่ยมแม่น้ำฉางเจียง มีพื้นที่ทั้งหมด 101,800 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเเพียงร้อยละ 1.06 ของประเทศจีน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับมณฑลเจียงซูและนครเซี่ยงไฮ้ ทิศตะวันออกเป็นแนวชายฝั่งติดกับทะเลจีนตะวันออก ทิศตะวันตกติดกับมณฑลอันฮุยและเจียงซี และทิศใต้ติดกับมณฑลฝูเจี้ยน มณฑลเจ้อเจียงมีเมืองเอกคือเมืองหางโจว

ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ประมาณร้อยละ 70.4 ของพื้นที่ ที่เหลือเป็นพื้นที่ราบร้อยละ 23.2 และทะเลสาบและแม่น้ำร้อยละ 6.4 พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้สูงกว่าและลาดเอียงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเป็นขั้นบันได ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นเขตภูเขามีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 800 เมตร และมียอดเขาที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากกว่า 1500 เมตรอยู่จำนวนมาก ตอนกลางของมณฑลมีลักษณะเป็นภูเขาเล็กๆ และมีพื้นที่ราบบางส่วนกระจายอยู่ระหว่างตีนเขา มณฑลเจ้อเจียงมีชายฝั่งทะเลที่ยาวที่สุดในประเทศ 6,486 กิโลเมตร และเป็นมณฑลที่มีเกาะมากที่สุดในประเทศ มีพื้นที่สามารถเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลน้ำตื้นได้กว่า 400 ตารางกิโลเมตร

ประชากร

สิ้นปี 2552 มณฑลเจ้อเจียงมีประชากรที่มีถิ่นพำนักถาวรในมณฑลประมาณ 51.80 ล้านคน โดยเป็นประชากรในเขตเมืองคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 58 ของ ประชากรทั้งหมด และประชากรในเขตชนบท 21.709 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 42.4 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งมีประชากรอายุตั้งแต่ 0-14 ปี จำนวน 7.439 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.53 ของประชากรของทั้งมณฑล ประชากรอายุตั้งแต่ 15-64 ปี จำนวน 37.996 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 74.21 ของประชากรของทั้งมณฑล ประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 5.765 ล้านคน คินเป็นร้อยละ 11.26 ของประชากรของทั้งมณฑล นอกเหนือจากชาวฮั่นแล้ว ประชากรเกือบ 400,000 คนเป็นชนกลุ่มน้อยรวม 49 กลุ่ม ซึ่งถือเป็นร้อยละ 0.86 ของประชากรของทั้งมณฑล

ภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศของมณฑลเจ้อเจียงเป็นแบบมรสุมเขตร้อน มีแดดเกือบตลอดทั้งปี และแบ่งได้เป็น 4 ฤดูกาลชัดเจน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 15–18 องศาเซลเซียส ฝนตกชุกที่สุดในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน

ทรัพยากรธรรมชาติ

มณฑลเจ้อเจียงอุดมไปด้วยแหล่งทรัพยากรสินแร่สำคัญที่ ไม่ใช่โลหะ 12 ชนิด และมีปริมาณสำรองมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เช่น ถ่านหิน สารส้ม เถ้าภูเขาไฟใช้ในงานก่อสร้างและงานปูน แร่ฟลูโอไรท์ ดินสาหร่ายเปลือกแข็ง เป็นต้น

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

มณฑลเจ้อเจียงมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่สมัย 50,000 ปีที่แล้ว โดยพบร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เป็นซากปรักหักพังของสิ่งปลูกสร้างในสมัย ยุคหินใหม่ภายในเขตมณฑลเจ้อเจียงกว่า 100 แห่ง ประกอบด้วยอารยธรรมเห่อหมู่ตู้(河姆渡)ในยุค 7,000 ปีก่อน อารยธรรมหม่าเจียปัง(马家浜)ในยุค 6,000 ปีก่อน และอารยธรรมเหลียงจู่(良渚)ในยุค 5,000 ปีก่อน นอกจากนี้ หางโจวซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียงยังจัดเป็น 1 ใน 7 เมืองหลวงเก่าของจีนในสมัยราชวงศ์หนานซ่ง

ในปัจจุบัน มณฑลเจ้อเจียงได้ชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เมืองผ้าไหมและเมืองแห่งวัฒนธรรม มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ตงจิ้นที่การพัฒนาทางเศรษฐกิจแพร่ขยายมาทาง ตอนใต้ของประเทศจีน ทำให้เศรษฐกิจของมณฑลเจ้อเจียงเติบโตและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

ผู้นำ


นายเจ้าหงจู้ (Zhao Hongzhu)



ชื่อ นายเจ้าหงจู้ (Zhao Hongzhu)
ตำแหน่ง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑล เจ้อเจียง
วันเกิด เดือนกรกฎาคม ปีค.ศ. 1947
ภูมิลำนำเดิม เขตปกครองตนเองมองโกเลีย








นายลวีจู่ซาน (Lv Zhushan)



ชื่อ นายลวีจู่ซาน (Lv Zhushan)
ตำแหน่ง ผู้ว่าการมณฑลเจ้อเจียง
วันเกิด เดือนพฤศจิกายน ปีค.ศ. 1946
ภูมิลำนำเดิม มณฑลเจ้อเจียง








มณฑลเจ้อเจียงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 เมือง ได้แก่ หางโจว หนิงโป เวินโจว หูโจว เจียซิง เส้าซิง จินหัว ฉวีโจว โจวซาน ไถโจว และ ลี่ซุ่ย โดยมีหาง โจวเป็นเมืองเอก

เมืองสำคัญ/เขตพัฒนาเศรษฐกิจ

เมืองสำคัญ

เมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของมณฑลเจ้อ เจียง ได้แก่ เมืองหางโจว เวินโจว เส้าซิ่ง เจียซิ่ง อี้อู และหนิงโป โดยเมืองเหล่านี้มีมูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจรวมเป็น 3 ใน 4 ของมูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจทั้งหมดของมณฑล และมีมูลค่าการลงทุนจากภายนอกมณฑลมากกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าการลงทุนรวม

เมืองหนิงโป
เมืองหนิงโป

เมืองหนิงโป


ที่ตั้งและพี้นที่

พื้นที่

9,672 ตารางกิโลเมตร (กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ 1,569 ตารางกิโลเมตร)

ประชากร

ประมาณ 5.71 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นประชากรในเขตเมือง 2.218 ล้านคน

ภูมิประเทศ

ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ คิดเป็นร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่เหลือแบ่งเป็น เขตภูเขา และแนวภูเขาเล็กเรียงต่อกัน คิดเป็นร้อยละ 25 และ 25.2 ตามลำดับ พื้นที่ต่ำรูปท้องกะทะ คิดเป็นร้ะยละ 8 และมีที่ราบสูงเพียงร้อยละ 1.5 ทั้งนี้ พื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงใต้อยู่ในระดับสูงกว่าพื้นที่ในด้านตะวันออกเฉียง เหนือ เมืองหนิงโปมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 4 - 5 เมตร ภายในอาณาเขตมีเกาะน้อยใหญ่รวมกันถึง 531 เกาะ มีอ่าว 2 แห่ง และ 1 ท่า คือ อ่าวซานเหมิน อ่าวหางโจว และท่าเซี่ยงซาน

ภูมิอากาศ

อุณหภูมิเฉลี่ย 16.4 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนในเขตเมืองเฉลี่ยปีละ 1, 480 มิลลิเมตร

การบริหารการปกครอง

เมืองหนิงโปแบ่งการปกครองเป็น 1. อำเภอที่ขึ้นตรงต่อเมืองหนิงโป 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเซี่ยงซาน (象山)และอำเภอหนิงไห่(宁海) 2. เมืองระดับอำเภอ 3 เมือง คือ เมืองหยวีเหยา (余姚)เมืองฉือซี (慈溪)และเมืองเฟิ่งฮว่า (奉化)3. เขต 6 เขต คือ เขตไหสู่ (海曙)เขตเจียงตง (江东)เขตเจียงเป่ย (江北)เขตเจิ้นไห่ (镇海)เขตเป่ยหลุน(北仑) และเขตอิ๋นโจว(鄞州)

นายกเทศมนตรี

นายเหมา กวงเลี่ย (毛光烈)

GDP

421,460 ล้านหยวน (2552)

GDP Growth

ขยายตัวร้อยละ 8.6 (2552)

GDP Per Capita

10,833 ดอลลาร์สหรัฐ (2552)

การค้าระหว่างประเทศ

ปี 2552 เมืองหนิงโปมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวม 60,801 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 10.4 จากปี 2551 แบ่งเป็น มูลค่าการส่งออก 38,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้า 22,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประวัติศาสตร์

เมืองหนิงโปมีประวัติศาสตร์ยาว นานถึง 7,000 ปี โดยเป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมเหอหมู่ตู้ (河姆渡文化) ในสมัยยุคหินใหม่ และเป็นเมืองการค้าและเมืองท่าที่สำคัญของจีนตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา เมืองหนิงโปตั้งขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง เดิมชื่อว่า "หมิงโจว" จัดเป็น 1 ใน 3 เมืองการค้าสำคัญของจีนที่เปิดทำการค้ากับต่างประเทศในยุคเส้นทางสายไหม นอกจากเมืองหยางโจว และเมืองกวางโจว ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง เมืองหนิงโปเป็น 1 ใน เมืองท่าที่สำคัญ 3 แห่งของจีนที่เปิดทำการค้าระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับท่าเรือกวางโจว และท่าเรือเฉวียนโจว และได้เปลี่ยนชื่อจาก "หมิงโจว" เป็น "หนิงโป" ในสมัยราชวงศ์หมิง ต่อมาในสมัยที่จีนเปิดประเทศ เมืองหนิงโปได้ยกระดับขึ้นเป็นเมืองระดับมณฑล และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีน เมื่อปี 2529 จนปัจจุบัน เมืองหนิงโปยังคงเป็นเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่าที่สำคัญในอันดับต้นๆ ของจีน นอกจากนี้ เมืองหนิงโปยังเป็นที่รู้จักในด้านการเป็นเมืองต้นกำเนิดของพ่อค้านักธุรกิจ รายใหญ่ของจีน และมีชาวหนิงโปที่ไปตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

ความสำคัญ

  1. เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญใน พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ตั้งอยู่ใกล้กับนครเซี่ยงไฮ้ที่เป็นนครศูนย์กลางธุรกิจของจีน และเมืองหางโจวที่เป็นเมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง

  2. เป็นเมืองท่าที่สำคัญของจีน มีท่าเรือหนิงโปซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกระดับ 18 เมตร มีปริมาณขนถ่ายสินค้าสูงเป็นอันดับที่ 2 ของจีน (360 ล้านตัน ในปี 2551) (รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือสิงคโปร์ และท่าเรือ รอตเตอร์ดัม) นอกจากนี้ ยังมีปริมาณขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์สูงเป็นอันดับที่ 3 ของจีน (10 ล้านตู้ ในปี 2551) (รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และท่าเรือเซินเจิ้น) และเป็นอันดับที่ 8 ของโลก (รองจากท่าเรือสิงคโปร์ ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือฮ่องกง ท่าเรือเซินเจิ้น ท่าเรือ ปูซาน ท่าเรือดูไบ และท่าเรือกวางโจว) โดยสินค้าหลักที่มีการขนถ่ายผ่านท่าเรืองหนิงโป ได้แก่ น้ำมันดิบ แร่หิน และถ่านหิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นท่าเรือแห่งที่ 7 ของจีนที่ได้รับการอนุมัติให้นำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ (ต่อจากท่าเรือกวางโจว เซี่ยเหมิน เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน ชิงเต่า และหนานจิง)

  3. ในปี 2529 ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระดับประเทศ โดยเป็นแหล่งต้นกำหนดของอารยธรรมเหอหมู่ตู้ (河姆渡文化)ในยุคหินใหม่ ที่มีประวัติศาสตร์ตั้งแต่ 7,000 ปีก่อน

  4. ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองพุทธ ศาสนาแห่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยเป็นเมืองที่มีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ มีวัดที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง อาทิ วัดอายวี่หวาง (阿育王寺)วัดเป่ากั๋ว (保国寺)วัดเทียนถง (天童寺)และวัดเสว่โต้ว (雪窦寺)เป็นต้น จึงเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน

  5. เป็นเมืองที่มีศักยภาพเป็นแหล่ง กระจายสินค้าในเขตลุ่มแม่น้ำแยงซีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมที่มีเส้นทางคมนาคมสายใหม่พาดผ่าน อาทิ สะพานข้ามอ่าวหางโจว (Hangzhou Bay Bridge) ที่เปิดใช้เมื่อ 1 พ.ค. 2551 ทำให้การขนส่งสินค้าทางรถยนต์ระหว่างเมืองหนิงโปกับนครเซี่ยงไฮ้ประหยัดเวลา ขึ้นมาก โดยใช้เวลาเดินทางเหลือเพียง 2.5 ช.ม. จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 4 ช.ม. ขณะเดียวกัน การเดินทางระหว่างเมืองหนิงโปและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญโดยรอบ เช่น หางโจว เส้าซิง จินหัว และเวินโจว เป็นต้น ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-2.5 ช.ม.

ตัวเลขเศรษฐกิจพื้นฐานของ เมืองหนิงโป ปี 2552
รายการ ข้อมูลปี 2552 ขยายตัวจาก ปี 2551 (%)
ขนาดพื้นที่ (ตารางกิโลเมตร) 9,672 -
จำนวนประชากร (ล้านคน) 5.71 -
GDP (พันล้านหยวน) 421,460 8.6
GDP Per Capita (ดอลลาร์สหรัฐ) 10,833 -
รายได้สุทธิเฉลี่ย/หัว/ปี (หยวน)
- ประชากรในเขตเมือง
- ประชากรในเขตชนบท
27,368
12,641
9.2
10.4
รายจ่ายด้านการบริโภค/คน/ปี (หยวน)
- ประชากรในเขตเมือง
- ประชากรในเขตชนบท
18,203
9,789
11.1
6.7
ยอดค้าปลีก (พันล้านหยวน) 143,440 15.9
จำนวนนักท่องเที่ยว (คน)
- นักท่องเที่ยวจีน
- นักท่องเที่ยวต่างชาติ
39,620,000
801,000
14.3
5.7
ดัชนีราคาผู้บริโภค 105.8 5.8
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (ล้านหยวน)
- การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (ล้านหยวน)
- การลงทุนในภาคอุตสาหกรรม (ล้านหยวน)
- การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (ล้านหยวน)
200,420
63,320
77,670
37,450
16
15.2
2.8
21.7
การส่งออก (ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) 38,650 -
การนำเข้า (ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) 22,160 -

ที่มา สำนักงานสถิติแห่งเมืองหนิงโป

ท่าเรือหนิงโป

ท่าเรือหนิงโป

ท่าเรือหนิงโปสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 738 สมัยราชวงศ์ถัง เป็น 1 ใน 3 เป็นท่าเรือสำหรับการค้าต่างประเทศ (อีก 2 แห่ง คือ หยางโจว และกวางโจว) ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง ท่าเรือหนิงโปได้กลายเป็นท่าเรือสำคัญสำหรับการ ค้าต่างประเทศไปพร้อม ๆ กันกับกวางโจว และเฉวียนโจว และเป็น 1 ใน 5 ท่าเรือที่อยู่ในสนธิสัญญาสมัยสงครามฝิ่น ท่าเรือหนิงโปตั้งอยู่ตอนกลางทางชายฝั่งทิศ ตะวันออกของจีน เป็นจุดรูปตัว T เชื่อมระหว่างทิศเหนือ-ใต้ของเส้นทางเดินเรือ และเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญของแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง)โดยท่าเรือใหม่ประกอบด้วย Beilun (ท่าเรือริมทะเล), Zhenhai (ท่าเรือปากแม่น้ำ), Daxie, ท่าเรือ Chuanshan และท่าเรือเก่าของหนิงโป ซึ่งเป็นท่าเรือที่เข้าไปในชายฝั่งริมแม่น้ำและเป็นท่าเรือแบบที่มีการใช้ งานอย่างรอบด้านและหลายมิติ โดยท่าเรือหนิงโปได้กลายเป็นโกดังสำคัญและแหล่งถ่ายเทสินค้า ได้แก่ น้ำมันดิบ แร่เหล็ก คอนเทนเนอร์ และผลิตภัณฑ์เคมีเหลวที่ผลิตในจีน

เป็นท่าเรือน้ำลึกระดับ 18 เมตร มีปริมาณขนถ่ายสินค้าสูงเป็นอันดับที่ 2 ของจีน (360 ล้านตัน ในปี 2551) (รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือสิงคโปร์ และท่าเรือ รอตเตอร์ดัม) นอกจากนี้ ยังมีปริมาณขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์สูงเป็นอันดับที่ 3 ของจีน (10 ล้านตู้ ในปี 2551) (รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และท่าเรือเซินเจิ้น) และเป็นอันดับที่ 8 ของโลก (รองจากท่าเรือสิงคโปร์ ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือฮ่องกง ท่าเรือเซินเจิ้น ท่าเรือ ปูซาน ท่าเรือดูไบ และท่าเรือกวางโจว) โดยสินค้าหลักที่มีการขนถ่ายผ่านท่าเรืองหนิงโป ได้แก่ น้ำมันดิบ แร่หิน และถ่านหิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นท่าเรือแห่งที่ 7 ของจีนที่ได้รับการอนุมัติให้นำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ (ต่อจากท่าเรือกวางโจว เซี่ยเหมิน เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน ชิงเต่า และหนานจิง)

การค้าต่าง ประเทศ

ตั้งแต่ปี 2521 เป็นต้นมา หนิงโปเป็นเมืองที่มีพัฒนาการด้านการค้ากับต่างประเทศอย่างรวดเร็ว มูลค่าการนำเข้าและส่งออกในปี 2549 สูงถึง 42.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จัดเป็นอันดับที่ 11 จากทั้งหมด 36 มณฑล/เมืองสำคัญเทียบเท่ามณฑล/เขตปกครองตนเอง/เมืองระดับรองจากมณฑล มูลค่าการส่งออกเท่ากับ 28.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือร้อยละ 29.4 และมูลค่าการนำเข้า 13.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 18.38

Ningbo's Export and Import Value
เมืองอี้อู

เมืองอี้อูเป็นเมืองเล็กๆ ในมณฑลเจ้อเจียงที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเมืองอี้อูเติบโตในอัตราเลข 2 หลัก เมืองอี้อูเปิดรับการค้าจากต่างประเทศในขอบเขตที่กว้างขวาง ปัจจุบันมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ที่อี้อูกว่า 10,000 คน โดยเป็นคนไทยประมาณ 2,300 คน และมีธุรกิจไทยที่ทำการค้าที่เมืองอี้อูรวม 15 ราย (ปี 2551) ความสำคัญของเมืองอี้อูอยู่ที่การเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า โดยอี้อูมีตลาดค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่หลากหลายประเภท ได้แก่ ตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่เป็นที่รู้จักของพ่อค้าทั่วโลก ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ ซึ่งภายในบริเวณเดียวกันมีตลาดค้าส่งต้นไม้-ดอกไม้ ตลาดค้าส่งข้าวสาร ตลาดค้าส่งผลไม้ และยังมีตลาดค้าส่งสินค้าสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายสินค้าไทยด้วย

การค้าระหว่างไทยและเมืองอี้อู

  • ปี 2551 เมืองอี้อูส่งออกมายังไทยเป็นมูลค่า 7.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.9 และนำเข้าจากไทย 1.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 51.17

  • เดือนม.ค. – ก.ค. 2552 เมืองอี้อูส่งออกมายังไทยเป็นมูลค่า 2.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากไทย 580,000 ดอลลาร์สหรัฐ

  • สินค้าเกษตรนำเข้าจากไทยที่สำคัญได้แก่ ลำไย ข้าวสาร และผลไม้สด

  • ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมืองอี้อูนำเข้าและจำหน่ายผลไม้สดของไทย 1,000 กว่าตัน / ลำไยแห้ง 400 กว่าตัน / ข้าวสาร 120 กว่าตัน

  • มูลค่าจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูปไทยในเมือง อี้อูปีละมากกว่า 1,000 ล้านหยวน ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นยอดจำหน่ายลำไยแห้งไทยปีละ 400 ล้านหยวน ทำให้เมืองอี้อูเป็นตลาดจำหน่ายลำไยแห้งที่ใหญ่ที่สุดของไทยในจีน

(ข้อมูลจากตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรเมืองอี้อู)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจ

เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีหนิงโป

(Ningbo Economic & Technical Development Zone (NETD) -NETD ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลให้สร้างขึ้นในปี 2527 มีพื้นที่ทั้งหมด 29.6 ตร.กม. เป็นเขตพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันออกของจีน และเป็นหนึ่งในห้าของเขตพัฒนาที่ได้รับการประเมินว่ามีบรรยากาศการลงทุนที่ ดีที่สุดโดยกระทรวงการค้า และความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จนถึงปลายปี 2549 ได้มีโครงการการลงทุนจากต่างประเทศ 1,511 โครงการจาก 46 ประเทศ มีสัญญาการลงทุน 1.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีการลงทุนแล้ว 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย NETD มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกรวม 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 ทั้งนี้ มีจำนวน 23 โครงการการลงทุนที่เป็นโครงการภายในประเทศ 354 โครงการที่ได้รับอนุมัติสิทธิบัตร และ 44 โครงการที่ได้รับการอนุมัติจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป NETD มีเป้าหมายที่จะเป็นชิ้นส่วนเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับการเป็นศูนย์กลางการ เดินเรือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก การเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในจีนตะวันออก การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค และการเป็นเมืองริมทะเลที่ทันสมัย

Ningbo Export Processing Zone (NEPZ)

Ningbo Export Processing Zone (NEPZ)

NEPZ ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลให้สร้างเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2542 มีพื้นที่ 3 ตร.กม. เนื่องจากเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงมีนโยบายพิเศษอำนวยความสะดวกในการชำระภาษีนำเข้า-ส่งออก รวมทั้งการออกสินค้าในการเข้า-ออกเมือง นอกจากนี้ยังมีนโยบายพิเศษในการยกเว้นภาษี ภาษีผูกมัด และภาษีซื้อร้อยละ 0 ในการซื้อของ ดำเนินการ และการส่งออก โดย NEPZ จะให้บริการแจ้ง / ทดสอบ / ตรวจสอบ ตลอด 24 ชม. โดยเมื่อปลายปี 2548 มีสินค้า 37 ชนิดที่ผ่านกระบวนการใน NEPZ มีมูลค่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีการใช้จ่ายจริง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการริเริ่มก่อสร้างรูปแบบในเบื้องต้นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมในด้าน ข้อมูล อุปกรณ์ไฟฟ้าในครัวเรือน โดยมีบริษัท Qimei Electron เป็นผู้นำ

Ningbo Bonded Logistics Zone(NBLZ)

NBLZ ตั้งอยู่ในเฟสที่ 4 ของทางออกคอนเทนเนอร์ในท่าเรือหนิงโป โดยเมื่อ ส.ค. 2547 รัฐบาลได้อนุมัติให้สร้างขึ้นในพื้นที่ 0.95 ตร.กม. NBLZ ได้รับสิทธิพิเศษและนโยบายพิเศษเช่นเดียวกับ Free Trade Zone นอกจากนี้ หน้าที่หลักของ NBLZ ได้แก่ การเป็น international transit, global sourcing, entrepot trade (การค้าระหว่างท่าเรือที่ได้รับการยกเว้นภาษี), และ international delivery ภาษีนำเข้า-ส่งออก เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดให้กับ NEPZ สินค้าที่ผลิตภายในประเทศหากเข้า NBLZ ก็จะได้รับการปฏิบัติเช่นสินค้าส่งออกที่จะต้องแจ้งที่ด่านตรวจสินค้าเสีย ภาษีและสามารถขอคืนภาษีได้ สินค้าใน NBLZ ที่จะกระจายไปยังตลาด

ภายในประเทศ ต้อง แจ้ง เช่นเดียวกับสินค้านำเข้า โดยจะต้องกำหนดสถานะไปตามประเภทของสินค้า ในขณะที่การหมุนเวียนของสินค้าภายใน NBLZ เป็นไปอย่างเสรี บริษัทที่ตั้งอยู่ใน NBLZ จะสามารถจัดหาตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศได้ และสามารถดำเนินการค้าเช่น การเป็นโกดังเก็บสินค้า การหมุนเวียนและการแปรรูป การบริการส่งถึงบ้าน การส่งผ่านการ entrepot trade ภายใน NBLZ

The Daxie Island Development Zone (DIDZ)

ตั้งอยู่ทาง ตอนเหนือของอำเภอ New Beilun ของหนิงโปในบริเวณพื้นที่ 30.84 ตร.กม. รัฐบาลได้อนุมัติให้ China International Trust & Investment Cooperation (CITIC) ดำเนินนโยบายยกระดับให้เกาะ Daxie เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในระดับชาติ ภายหลังการพัฒนา 12 ปี โครงสร้างพื้นฐานในเกาะ Daxie ได้ยกระดับขึ้นมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม photoelectron , กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มบริษัทโกดังและโลจิสติกส์ เป็นต้น และ DIDZ ได้กลายเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการจัดนิทรรศการสมัยใหม่ของภูมิภาค และเป็นจุดสำคัญของการพัฒนาไฮเทคบริเวณแม่น้ำฉางเจียง และยังเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้านำเข้า-ส่งออก

Ningbo Hi-Tech Park (NHPT)

ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกของหนิงโป เป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเมือง สร้างเสร็จเมื่อ ก.ค. 2541 ในพื้นที่ 18.9 ตร.กม. เป็นเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงแห่งแรกของมณฑลเจ้อเจียง และได้รับการอนุมัติจาก National Torch Plan ในด้านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นเขตสาธิตวงจรนิเวศวิทยาในเขตเทคโนโลยีเทคโนโลยีชั้นสูงโดยได้รับ ISO 14000 ในระดับมณฑล NHPT มีหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยกว่า 120 หน่วยงาน และมีบริษัทกว่า 420 บริษัท โดยมีผู้เชี่ยวชาญถึง 12,000 คน ผลผลิตโดยรวมปี 2548 มูลค่า 3.35 พันล้านดอลลาร์หยวน และมูลค่าผลผลิตจากโรงงานมีถึง 8.1 พันล้านหยวน ภายใต้แผน 5 ปีฉบับที่ 11 NHTP จะเป็นส่วนสำคัญของ "การประดิษฐ์ การสำรวจ และการพัฒนาเขตอุตสาหกรรม" โดยจะเร่งพัฒนาร่วมกับวิทยาศาสตร์และการวิจัย รวมทั้งยกระดับคุณภาพของผู้เชี่ยวชาญและโรงงานเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นฐานการ ผลิตที่สำคัญของมณฑลเจ้อเจียง และเป็นเขตชั้นนำของการประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้งเป็นเขตสาธิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงของหนิงโป

การคมนาคมและโลจิสติกส์

ทางหลวง

สะพานข้ามอ่าวหางโจว

สะพานข้ามอ่าวหางโจว


เส้นทางหลวงสำคัญในมณฑลเจ้อเจียงประกอบด้วยทางหลวง ระดับประเทศ 6 สาย และทางหลวงเขตมณฑล 66 สาย รวมระยะทาง 46,193 กิโลเมตร โดยเป็นทางด่วน 770 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมต่อเมืองสำคัญในเขตเศรษฐกิจฉางเจียง เช่น เซี่ยงไฮ้ หางโจว หนิงโป ไถโจว เวินโจว จินหัว หนานจิง เป็นต้น ซึ่งสามารถเดินทางถึงกันได้ภายใน 4 ชั่วโมง

มณฑลเจ้อเจียงมีสะพานข้ามอ่าวสายหนิงโป-เจียซิ่ง รวมระยะทาง 36 กิโลเมตร มูลค่าเงินลงทุน 16 พันล้านหยวน คาดว่าจะเป็นสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก โดยในปี 2546 ได้เริ่มลงมือก่อสร้างสะพาน 6 ช่องทางจาก อำเภอสือซี ในเมืองหนิงโปไปยังท่าเรือจ่าผู่ ในเมืองเจียซิงแล้ว และสามารถลดเวลาเดินทางระหว่างเมืองหนิงโปและนครเซี่ยงไฮ้ จากปัจจุบัน 4 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 ชั่วโมง ในขณะเดียวกัน การที่นครเซี่ยงไฮ้สร้างสะพานข้ามอ่าวหางโจว ซึ่งจะเชื่อมตรงไปยังท่าเรือน้ำลึกหยางซาน รวมระยะทาง 31 กิโลเมตร ด้วยมูลค่าการก่อสร้าง 7.1 พันล้านหยวน ทำให้การคมนาคมระหว่างเซี่ยงไฮ้ซึ่งอาศัยท่าเรือน้ำลึกเมืองหนิงโปในการ ติดต่อค้าขาย มีการคมนาคมที่เชื่อมต่อถึงกันได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างสะพานข้ามอ่าวหางโจวอีกแห่งเชื่อมโยงทางด่วนซ่างหยู ทางตอนใต้ของอ่าวกับทางด่วน เจียซิ่งในอำเภอไห่หนิง(สะพานข้ามอ่าวสายซ่างหยู-เจียซิ่ง) รวมระยะทาง 13.6 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 6 พันล้านหยวน ซึ่งจะทำให้ การเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ มายังเมืองเซี่ยงหยูใช้เวลาเพียง 90 นาที โดยเปิดใช้ในปี 2551

ข้อมูลทั่วไป
สะพานข้ามอ่าวหางโจว

สะพานข้ามอ่าวหางโจว


สะพานข้ามอ่าวหางโจว (杭州湾跨海大桥) เป็นสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก มีระยะทาง 36 กิโลเมตร ส่วนเหนือของสะพานเริ่มต้นที่เมืองเจียซิง(嘉兴)และเมืองจ้าผู่(乍浦) ของมณฑลเจ้อเจียงพาดผ่านอ่าวหางโจวไปบรรจบกับส่วนใต้ของสะพานที่เมืองฉือซี (慈溪)ในเมืองหนิงโปของมณฑลเจ้อเจียง

สะพานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546 และเปิดใช้บริการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 ซึ่งมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจในเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี ทั้งภาคการผลิต การขนส่ง และการท่องเที่ยว สะพานมีรูปแบบการก่อสร้างที่ทันสมัย เป็นสะพานแขวนที่ใช้ลวดสลิงยึดโยง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด 11,800 ล้านหยวน ถนนมีความกว้าง 6 ช่องจราจร สามารถรองรับปริมาณรถยนต์ได้ 40,000 คันต่อวัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100,000 คันต่อวัน ในอีก 18 ปี ข้างหน้า อัตราความเร็วรถตามการออกแบบเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีอายุการใช้งาน 100 ปี



ประโยชน์จากการเปิดใช้สะพานข้ามอ่าวหางโจว

  1. ลดระยะเวลาการเดินทางโดยรถยนต์จากนครเซี่ยงไฮ้ถึงเมือง หนิงโปจากเดิม3.5 - 4 ชั่วโมง เหลือเพียง2.5 - 3 ชั่วโมง เนื่องจากมีระยะทางลดลง 120 กิโลเมตร

  2. กระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมในเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี เนื่องจากสะพานดังกล่าวได้เชื่อมนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและ การเงินระหว่างประเทศเข้ากับเมืองสำคัญรอบอ่าวหางโจว อาทิ เมืองหนิงโป เมืองฉือซี เมืองหางโจว เมืองเซ่าซิ่ง และ เมืองเจี้ยซิ่ง ทำให้เมืองเหล่านี้มีการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภค อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว และดึงดูดทรัพยากรมนุษย์ เงินทุน และเทคโนโลยีเข้ามาพื้นที่ของตน

  3. เสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางเรือของ นครเซี่ยงไฮ้ และเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี จากการเพิ่มความสะดวกในการเดินทางทางน้ำที่เชื่อมต่อกับทางบก

  4. มีส่วนช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของนคร เซี่ยงไฮ้ มณฑลเจ้อเจียง และมณฑลเจียงซู

ทางรถไฟ

ชุมทางเส้นทางรถไฟของมณฑลเจ้อเจียงอยู่ที่นครหางโจว มีเส้นทางรถไฟสายสำคัญ 3 สาย เชื่อมต่อนครหางโจวกับ 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซี และเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง นอกจากนี้มีเส้นทางย่อยอีก 2สาย คือ สายหางโจว-ซวนเฉิง มณฑลอันฮุย และ สาย จินหัว-เวินโจว รวมระยะทาง 1,185 กิโลเมตร ปัจจุบัน รัฐบาลมณฑลเจ้อเจียงได้ดำเนินแผนพัฒนาเครือข่ายเส้นทางรถไฟดังกล่าวให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในปี 2547 ได้เริ่มก่อสร้างเส้นทางรถไฟ 3 สาย เช่น สายเวินโจว-ฝูโจว ระยะทาง 321 กิโลเมตร และได้ดำเนินการจ่ายกระแสไฟฟ้าลงในรางรถไฟสายเจียงซี มูลค่า 9 พันล้านหยวน ซึ่งแลัวเสร็จในปี 2548 นอกจากนี้ รัฐบาลมณฑลเจ้อเจียงยังมีแผนพัฒนาปรับปรุงเครือข่ายเส้นทางรถไฟทั้งหมด ระหว่างปี 2547-2553 ด้วยเงินทุนมูลค่า 100 พันล้านหยวน เพื่อให้เป็นเครือข่ายเส้นทางรถไฟที่ทันสมัยที่สุดในประเทศด้วย

ทางน้ำ

เนื่องจากมณฑลเจ้อเจียงเป็นมณฑลติดชายฝั่งทะเลที่มีชาย ฝั่งทะเลยาวที่สุดในจีน มณฑลเจ้อเจียงจึงมีการใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำ 10,539 กิโลเมตร จัดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีท่าเรือ 105 แห่ง มีการขนถ่ายสินค้า 210 ล้านตัน ท่าเรือที่สำคัญโดยเฉพาะใน 5 เมือง ได้แก่ ท่าเรือ หนิงโป โจวซาน จ้าผู่ ไห่เหมิน และเวินโจว ซึ่งมีท่าเทียบเรือที่สามารถรับรองการขนถ่ายสินค้าน้ำหนัก 10,000 ตันขึ้นไปถึง 44 จุด สามารถขนถ่ายสินค้าได้ถึง 270 ล้านตันต่อปี และยังมีเส้นทางเดินเรือเชื่อมต่อกับท่าเรือใหญ่ 400 แห่ง ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง เป็นต้น ปัจจุบัน ท่าเรือหนิงโปถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในประเทศ สามารถรับรองการขนถ่ายสินค้าได้สูงสุดถึง 300,000 ตัน รองลงมาคือ ท่าเรือโจวซานเอ้าซัน ในเมืองโจวซาน ซึ่งได้ มาตรฐานท่าเรือ ใหญ่ระดับประเทศ สามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าของเรือบรรทุกน้ำมัน 250,000 ตัน มณฑลเจ้อเจียงและนครเซี่ยงไฮ้ยังได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลางให้ก่อสร้างท่า เรือน้ำลึกแห่งใหม่ชื่อว่า ท่าเรือหยางซาน โดยตั้งอยู่บริเวณเกาะเล็กๆ 2 เกาะ ในหมู่เกาะในอ่าวหางโจว ด้วยความลึก 15 เมตร มีท่าเทียบเรือกว่า 50 แห่ง สามารถรองรับปริมาณสินค้าขนส่งรวม 25ล้านทีอียู ต่อปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563 สำหรับการก่อสร้างระยะที่หนึ่งสามารถเปิดให้บริการได้แล้ว ในปลายปี 2548 ซึ่งสามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาด 8,000ทีอียู ได้ มูลค่าการลงทุน 14.3 พันล้านหยวน

ท่าเรือเป่ยหลุน ( Beilun Port )

เมืองหนิงโปวางแผนการสร้างเมืองให้เป็นเมืองท่าใหญ่ที่ สุดเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศจีนภายในปี 2553 ความสามารถในการขนถ่ายสินค้า 360 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 90 ล้านตัน โดยมีท่าเรือเป่ยหลุนเป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญ

ท่าเรือเป่ยหลุนเป็นหนึ่งในท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุด ของจีน ความลึก 17 เมตร โอบล้อมด้วยทะเลทั้ง 3 ด้าน ด้านเหนือติดกับอ่าวหางโจว ทางใต้ติดกับอ่าวเซียงซาน และทางตะวันตกติดกับเขตเมืองหยินโจว เกาะเล็กๆ ของโจวซานที่อยู่ใกล้กับบริเวณหาดเป่ยหลุน ช่วยปกป้องท่าเรือจากลมพายุ

เขตเป่ยหลุนติดกับสนามบินนานาชาติ 4 แห่ง โดยใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 3 ชั่วโมงในการเดินทาง นอกจากนี้ เขตนี้ยังพัฒนาเครือข่ายการคมนาคมเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นระบบการขนส่งทางเรือ รถไฟ และถนนทางด่วน คาดว่าในอนาคตอันใกล้ ท่าเรือเป่ยหลุนจะเป็นเมืองท่าสำคัญในด้านอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือ

นอกจากนี้เขตเป่ยหลุนยังเป็นที่ตั้งของเขตพัฒนา 4 แห่ง คือ เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเมืองหนิงโป เขตการค้าเสรีหนิงโป เขตพัฒนาต้าเซี่ย และเขตการส่งออกหนิงโป ภายหลังโครงการหลายพันล้านของสะพานข้ามอ่าวหางโจว เชื่อมเมืองหนิงโป เซี่ยงไฮ้ และซูโจว แล้วเสร็จในปี ค.ศ.2008 คาดว่า เป่ยหลุนจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น และพัฒนาเทียบเท่านครเซี่ยงไฮ้

ในปี2548 เมืองเป่ยหลุนมี GDP เท่ากับ 27,400 ล้านหยวน (3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 15.8% จากปีก่อน และ GDP per capita คนเมืองและคนชนบทเท่ากับ 2,176 เหรียญสหรัฐ และ 1,000 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ

ทางอากาศ

มณฑลเจ้อเจียงมีท่าอากาศยานสำคัญ 7 แห่งในเมืองใหญ่ ได้แก่ นครหางโจว หนิงโป เวินโจว หวงเหยียน อี้อู โจวซาน และ ฉวีโจว ให้บริการเส้นทางบินทั้งในและระหว่างประเทศ 174 เส้นทาง รวมทั้ง ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ และไทย

เศรษฐกิจ

ข้อมูลทั่วไปทางเศรษฐกิจ

GDP

ในปี 2552 ผลิตภัณฑ์มวลรวม(GDP) ของมณฑลเจ้อเจียงเท่ากับ 2,283,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 8.9 โดยในจำนวนนี้มูลค่าการผลิตในภาคเกษตรกรรมอยู่ที่ 116,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 2.3 มูลค่าการผลิตในภาคอุตสาหกรรม 1,184,300 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 6.8 และมูลค่าการผลิตในภาคบริการ 982,700 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 12.5 สัดส่วน GDP ของภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการเท่ากับร้อยละ 5.1 ร้อยละ 51.9 และร้อยละ 43 ตามลำดับ

  จีดีพี
(พันล้านหยวน)
เพิ่มขึ้น (%) จีดีพีต่อหัวประชากร
(หยวน)
เพิ่มขึ้น (%)
2544 670 10.5 14,850 8.8
2545 767 12.3 16,570 11.7
2546 920 14 19,730 13.2
2547 1,124.3 14.3 23,942 13.5
2548 1,336.5 12.4 27,552 10.8
2549 1,564.9 13.6 31,684 11.6
2551 1,863.8 14.5 37,128 17.2
2552 2,283.2 8.9 44,335 7.6

รายได้

รายได้สุทธิต่อหัวประชากรในเขตเมืองของมณฑลเจ้อเจียงเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็น เวลา 9 ปี โดยในปี 2552 เท่ากับ 24,611หยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ขณะที่รายได้สุทธิต่อหัวประชากรในเขตชนบทเท่ากับ 10,007 หยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5

รายจ่ายด้านการบริโภคของประชาชน

ปี 2552 รายจ่ายด้านการบริโภคเฉลี่ยต่อหัวประชาชนในเขตเมืองเท่ากับ 16,683 หยวน ต่อปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 จากปี 2551 ในขณะที่รายจ่ายด้านการบริโภคเฉลี่ยต่อหัวของประชาชนในเขตชนบทมีจำนวนเท่า กับ 7,375 หยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 จากปี 2551

ดัชนีราคา

ปี 2552 ดัชนีราคาผู้บริโภคลดลงร้อยละ 1.5 โดยราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นสูงสุดคือราคาสินค้าอาหาร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 นอกนั้นลดลง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ เชื้อเพลิงน้ำมันที่ลดลงมาถึงร้อยละ 7.4 และราคาสินค้าออกจากโรงงานที่ลดลงร้อยละ 5.1

ตารางแสดงการขยายตัวของดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคมณฑล เจ้อเจียง 2552 (ร้อยละ)
รายการ ดัชนีทั้งมณฑล ดัชนีในเขตเมือง ดัชนีในเขตชนบท
ดัชนีราคาผู้บริโภค 98.5 98.7 98.2
ผลิตภัณฑ์อาหาร 100.7 102.1 99.5
ได้แก่ : เสบียงอาหารประเภทถั่วและมัน 105.5 105.7 105.3
บุหรี่ สุรา และของใช้ 100.5 100.9 100.2
เครื่องนุ่งห่ม 98.2 98.9 97.8
อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน 99.8 100.6 99.2
การรักษาพยาบาลและของใช้ส่วนตัว 102.4 101.7 103
การคมนาคมและการสื่อสาร 96 95.8 96.3
อุปกรณ์และบริการเกี่ยวกับการบันเทิง การศึกษา และวัฒนธรรม 98.4 98 98.7
ที่พักอาศัย 92.7 92 93.3
การลงทุนในทรัพย์สินถาวร

ปี 2552 มณฑลเจ้อเจียงมีการลงทุนในทรัพย์สินถาวรทั้งสิน 1,074,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 15.2 โดยแบ่งเป็นการลงทุนในภาคเกษตรกรรมคิดเป็นมูลค่า 5,750 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 59.3 การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่า 429,100 ล้านหยวนเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 8.9 และการลงทุนในภาคบริการคิดเป็นมูลค่า 555,700 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 21.5

นอกจากนี้ ในปี 2552 มณฑลเจ้อเจียงมีมูลค่าการลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น 225,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 จากปี 2551 และมีมูลค่าการขายบ้านเชิงพาณิชย์รวม 430,300 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.3 เท่าตัว จากปี 2551

การค้าปลีกและค้าส่ง

ตลาดสินค้าบริโภคเติบโตอย่างรวดเร็ว ปี 2552 มูลค่าการขายปลีกของสินค้าบริโภครวม 862,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 15.9 โดยธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งมีสัดส่วนสูงสุดคือ มีมูลค่า 757,600 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.2 รองลงมาคือธุรกิจขายบ้านและธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีมูลค่า 99,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1

การค้าระหว่างประเทศ

ปี 2552 มณฑลเจ้อเจียงมีมูลค่าการนำเข้าส่งออกรวมอยู่ที่ 187,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 133,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 13.8 และมีมูลค่าการนำเข้า 54,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 3.7 ตลาดส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับแรกได้แก่ ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อาเซียน และฮ่องกง ส่วนตลาดนำเข้าที่สำคัญ 5 อันดับแรกได้แก่ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เกาหลี และอาเซียน

ตารางแสดงมูลค่าการนำเข้าส่งออกสินค้าหลักของมณฑลเจ้อเจียงในปี 2552
รูปแบบการค้า มูลค่า
(ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว
(ร้อยละ)
มูลค่าส่งออก 133,010 -13.8
การค้าทั่วไป 106,650 -12.5
การค้าแปรรูป 24,910 -13.5
ผลิตภัณฑ์อิเล็คโทรนิกส์ 55,510 -18.4
ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นสูง 9,850 -28.2
มูลค่านำเข้า 54,720 -3.7
การค้าทั่วไป 3,744 8.8
การค้าแปรรูป 1,176 -21.7
ผลิตภัณฑ์อิเล็คโทรนิกส์ 1,190 -20.8
ตารางแสดงมูลค่าการนำเข้าส่งออกของมณฑลเจ้อเจียง และประเทศคู่ค้าหลักในปี 2552
ประเทศ มูลค่าส่งออก
(ล้านดอลลาร์ สรอ.)
ขยายตัว
(ร้อยละ)
มูลค่านำเข้า
(ล้านดอลลาร์ สรอ.)
ขยายตัว
(ร้อยละ)
สหภาพยุโรป 3,607 -15.4 644 -1.9
อาเซียน 804 -8 444 -12.7
สหรัฐอเมริกา 23,060 -13.1 404 -6.1
ฮ่องกงเขตปกครองพิเศษ 450 -13.5 22 -24.5
ญี่ปุ่น 890 -10.6 791 -11.6
เกาหลีใต้ 355 -21 584 -14.9
ไต้หวัน 132 -23.8 774 -14.3

การค้าระหว่างไทยและมณฑลเจ้อเจียง

ปี 2552 มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกระหว่างไทยและเจ้อเจียงเท่ากับ 2,666 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปยังเจ้อเจียงเป็นมูลค่า 1,154 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากเจ้อเจียงเป็นมูลค่า 1,512 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกหลักของไทยไปยังเจ้อเจียง ได้แก่ ยางธรรมชาติ กรดพทาลิก (phthalic acid) ส่วนสินค้านำเข้าหลักของไทยจากมณฑลเจ้อเจียง คือ เส้นด้าย สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์เหล็ก เครื่องจักรไฟฟ้าและเครื่องผลิตกระแสไฟ

การลงทุนระหว่างประเทศ

ในปี 2552 มณฑลเจ้อเจียงมีโครงการลงทุนของวิสาหกิจต่างชาติที่อนุมัติใหม่กว่า 1,858 โครงการ ลดลงร้อยละ 36.3 จากปี 2551 โดยมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศตามสัญญามูลค่า 17,820 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 12.6 และมูลค่าการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง 10,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 2.8

มูลค่าการลงทุนของวิสาหกิจต่างชาติของมณฑลเจ้อเจียงระหว่างปี 2544-2552
ปี พ.ศ. จำนวนโครงการลงทุนของ วิสาหกิจต่างชาติ (โครงการ) เพิ่มขึ้น (%) มูลค่าการลงทุนโดยตรงจาก
ต่างประเทศ ตามสัญญา (พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
เพิ่มขึ้น (%) มูลค่าการลงทุนโดยตรงจาก
ต่างประเทศที่เกิดขึ้นจริง
(พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
เพิ่มขึ้น (%)
2544 2,310 40.7 5.02 99.9 4.52 81.6
2545 3,364 45.6 6.79 45.6 4.7 3.9
2546 4,442 32 12.05 77.5 5.45 72.4
2547 3,824 -13.9 14.56 20.8 6.68 22.6
2548 3,396 -11.2 16.13 10.8 7.72 15.6
2549 3,583 5.5 19.1 18.5 8.89 15.1
2551 2,919 -18.5 20.4 6.8 10.37 16.6
2552 1,858 -36.3 17.82 -12.6 10.07 -2.8

ที่มา สำนักงานสถิติ มณฑลเจ้อเจียง และสำนักงานส่งเสริมการลงทุนนครเซี่ยงไฮ้ (สทซ.)

ภาคเกษตรกรรม

ในปี 2552 มณฑลเจ้อเจียงมีพื้นที่ในการเพาะปลูกธัญพืชเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 มีพื้นที่ในการเพาะปลูกฝ้าย 20,100 เฮคเตอร์ (1 เฮคเตอร์ = 10,000 ตารางเมตร) ลดลงจากปี 2551 ร้อยละ 1.2 และมีพื้นที่ในการเพาะปลูกพืชผัก 618,900 เฮคเตอร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 0.1

ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญของมณฑลเจียงซูปี 2552
สินค้า ผลผลิต (ตัน) เพิ่มขึ้นจากปี 2551 (ร้อยละ)
ธัญพืช 7,891,500 1.8
ฝ้าย 28,100 -0.3
เมล็ดผักน้ำมัน 370,200 4.8
ถั่ว 53,900 3.5
ใบชา 167,400 1.3
ผลไม้ 7,124,100 -4.8

ภาคอุตสาหกรรม

ปี 2552 ภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่าเพิ่มการผลิตรวม 1,045,700 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 5.9 วิสาหกิจภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (มีรายได้หลักต่อปี 5 ล้านหยวนขึ้นไป) มีมูลค่าเพิ่มการผลิตรวม 1,223,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหนักมีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมเบา

อุตสาหกรรมหลัก

อุตสาหกรรมหลักของมณฑลเจ้อเจียงได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องจักร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมยา การพัฒนาอุตสาหกรรมเน้นการผลิตรถยนต์ (ปริมาณการผลิต 282,000 คัน) รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์และอะไหล่ประกอบเครื่องยนต์ การผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร อุปกรณ์ด้านซอฟท์แวร์ อุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการผลิตเม็ดยา อุปกรณ์ผลิตยา บรรจุภัณฑ์ใส่ยา เป็นต้น

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง

มณฑลเจ้อเจียงเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง โดยตลอดปี 2552 มีมูลค่าเพิ่มการผลิต 1,771,000 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 18.1 คิดเป็นร้อยละ 21.5 ของมูลค่าเพิ่มการผลิตทั้งหมด โดยสินค้าหลักในอุตสาหกรรมนี้คือ แผงวงจรไฟฟ้า ไมโครชิป และอุปกรณ์ด้านสารสนเทศ

ภาคบริการ

ธุรกิจการเงินและประกันภัย

ในปี 2552 สถาบันการเงินในมณฑลเจ้อเจียงมียอดเงินฝากรวม ล้าน 4,511,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 27.4 เงินปล่อยกู้ของสถาบันการเงินมีมูลค่ารวม 3,922,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปลายปี 2551 ร้อยละ 32.4 ในจำนวนดังกล่าว เงินปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.4 สินเชื่อระยะสั้นมีจำนวนรวม 2,168,430ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1 เงินกู้ระยะกลางและระยะยาวมีจำนวนรวม 1,532,450 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.8

ในปี 2552 ในมณฑลเจ้อเจียงมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 16 บริษัท ทำให้มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รวมเป็นจำนวน 141 บริษัท รวมมูลค่าการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 79,692 ล้านหยวน

ธุรกิจประกันภัยมีรายได้จากเบี้ยประกัน 64,550 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 12 ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากเบี้ยประกันทรัพย์สิน 24,740 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.7 เป็นรายได้จากเบี้ยประกันชีวิต 39,810 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 ส่วนค่าสินไหมที่บริษัทประกันภัยต้องชดใช้ให้ผู้เอาประกันมีมูลค่ารวม 22,010 ล้านหยวน โดยเป็นค่าสินไหมสำหรับการประกันทรัพย์สินรวม 12,870 ล้านหยวน เป็นค่าสินไหมสำหรับการประกันชีวิตรวม 7,540 ล้านหยวน และ และเป็นค่าสินไหมสำหรับการประกันสุขภาพและประกันชีวิต 1,600 ล้านหยวน

ธุรกิจโลจิสติกส์
ปริมาณการหมุนเวียนสินค้าในการขนส่งประเภทต่างๆ ของมณฑลเจ้อเจียงในปี 2552
  หน่วย ปริมาณการหมุนเวียน ขยายตัวจากปี2551(ร้อยละ)
ปริมาณการหมุนเวียนสินค้า ล้านตัน/กิโลเมตร 491,850 0.7
ทางรถไฟ ล้านตัน/กิโลเมตร 32,300 -4.8
ทางหลวง ล้านตัน/กิโลเมตร 54,260 4
ทางน้ำ ล้านตัน/กิโลเมตร 405,260 0.8
ปริมาณนักท่องเที่ยว ล้านตัน/กิโลเมตร 110,350 3
ทางรถไฟ ล้านตัน/กิโลเมตร 29,130 0.5
ทางหลวง ล้านคน/กิโลเมตร 80,450 3.9
ทางน้ำ ล้านคน/กิโลเมตร 780 6.3
ปริมาณลำเลียงสินค้า
ณ ท่าเรือ
ล้านตัน 710 12.6
ธุรกิจการท่องเที่ยว

ในปี 2552 ธุรกิจการท่องเที่ยวสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมเป็นมูลค่า 264,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศที่มาท่องเที่ยวในมณฑลเจ้อเจียงมีจำนวน 244 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8 สร้างรายได้ร้อยละ 242.350 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.8 ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในมณฑลเจ้อเจียงจำนวน 5.706 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 5.7 สร้างรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศทั้งสิ้น 3,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6

ธุรกิจโทรคมนาคมและไปรษณีย์

ในปี 2552 ธุรกิจโทรคมนาคมและไปรษณีย์ในมณฑลเจ้อเจียงสร้างมูลค่ารวม 166,630 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 7.8 โดยธุรกิจโทรคมนาคมสร้างมูลค่า 160.820 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 7.4 และธุรกิจไปรษณีย์สร้างมูลค่า 5,810 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ร้อยละ 19.2

มณฑลเจ้อเจียงมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์บ้านรวม 211.86 ล้านราย มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือรวม 44.36 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 4.59 ล้านราย และมีผู้ขอติดตั้งระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว 89.09 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 860,000 ราย